ช่วยให้ลูกเลิกติดทีวี!!!!

6954221634_d07e29eac7_o

…..ช่วยให้ลูกเลิกติดทีวี…

บทความโดย   ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์

จวน 8 ปี แล้วนะครับ ที่บ้านเรามีการแจ้งเรต (rate)  ก่อนเข้ารายการทีวี (เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ธ.ค.  2549 ) คงน่าสนใจไม่น้อยหากมีใครจะทำวิจัยกันว่า ได้ผลหรือไม่อย่างไร

แต่สิ่งที่ทุกคนรู้ๆกันอยู่ก็คือ ผู้ใหญ่หลายๆท่านยังคงปล่อยให้เด็กๆนั่งหน้าสลอน ดูทั้งรายการ น 13 บวก (เหมาะกับเด็ก 13ปีขึ้นไป)  น 18 บวก (เหมาะกับเด็ก 18ปีขึ้นไป)  หรือแม้แต่ รายการ ฉ (เฉพาะผู้ใหญ่ดู ไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชน)

ซึ่งก็คงต้องทำการประชาสัมพันธ์กันให้หนักหน่วงกว่านี้ละครับ เพื่อให้ผู้ใหญ่ และจริงจังกับ        เรต”เตือนภัย” ที่ทางการอุตส่าห์ทำกันออกมาด้วยความเป็นห่วงใยเด็กๆ

เพื่อการเลี้ยงลูกแบบเข้าใจและออกแบบได้
วันนี้ผมจึงมีข้อเสนอแนะบางประการมาฝากคุณพ่อคุณแม่ครับ…

  • การเลี้ยงลูกหน้าจอทีวีตั้งแต่แบเบาะ ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” แล้วละครับ ที่ผู้ใหญ่เปิดทีวีไปด้วย ป้อนข้าวป้อนนมทารกที่จ้องจอตาแป๋วกระทั่งหลับตานอนพร้อมกับ เสียงด่าทอ ตบตี เสียงปืนเสียงระเบิดที่ยังคงดังระงมจากรายการต่างๆในที.วี.

ในโลกนี้มีงานวิจัยใหม่ๆมากมายที่ยังคงออกมาในแนวเดียวกับ งานวิจัยโด่งดังตั้งแต่ ปี ค.ศ.1972 ผลงานของParke และคณะซึ่งสรุปว่า

148

การปล่อยให้เด็กๆดูหนัง หรือรายการที.วี.ที่มีเนื้อหารุนแรงซ้ำๆบ่อยๆ
พวกเขาจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวสูงขึ้น (นั่นรวมถึงก่อให้เกิดความหวาดกลัว เศร้าหดหู่ หรือกระตุ้นให้เกิดความโกรธด้วย )

ไหนๆจะพูดเรื่องนี้กันแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความห่วงใยอย่างยิ่ง ที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆบ้านยังปล่อยให้เด็กนั่งดูละครที่เต็มไปด้วยความรุนแรง (โดยมากก็คือละครไทยที่เรียกกันว่าแนวน้ำเน่า) อันเต็มไปด้วยฉากตบ-จูบ ตบ-จูบ อวดสมบัติบ้า- ด่าทอหยาบคาย -อิจฉานินทาว่าร้าย -มากรักหลายชู้ ฯลฯ…ล้วนไม่จรรโลงใจ และเป็นภัยต่อเด็กๆอย่างยิ่ง

แต่ นับว่าเด็กยุคนี้ยังโชคดี ที่การ์ตูนแนว “ทำร้ายร่างกาย” (ทอมกับเจอรี่ ,ป็อบอายกับบลูตัส และอื่นๆ ที่ทุบตีกันแทบตลอดเรื่อง) บัดนี้ได้สูญพันธุ์ไปจากหน้าจอทีวีแล้ว จึงหวังว่าคงไม่มีผู้ใหญ่ท่านใด “ขุด”ขึ้นมาให้เด็กดูกันอีก ( เช่น เปิดให้เด็กดูจากแผ่นดีวีดี หรือ ในยูทูป)

แต่ที่ยังอยู่ยั้งยืนยง ก็คือ บรรดาฮีโร่แมน พันธุ์โหดที่ถล่มกันด้วยสารพัดอาวุธไฮเทค ทั้งสายพันธุ์ญี่ปุ่น หรือฝรั่ง ที่ยังคงกระตุ้นให้เด็กๆและเลียนแบบความก้าวร้าวบนหน้าจอทีวี

2  )  จริงจังกับสัญลักษณ์(เรต) ก่อนเข้ารายการ และ “เซ็นเซอร์”รายการที่ไม่เหมาะกับวัยของลูก
หรือหากเห็นลูกน้อยกำลังจ้องจอ ในขณะที่ความรุนแรงไม่ว่าภาพหรือเสียงกำลังดำเนินอยู่ ก็ให้
กดรีโมท เปลี่ยนช่องโดยทันที แล้วเลือกสรรรายการที่ดีต่อลูกๆของเรา

แต่หากไม่ทันแล้ว เพราะลูกได้ดูกันไปแล้วแบบจัดหนักจัดเต็ม ก็ควรค่อยๆอธิบายให้ลูกฟังว่า นั่นเป็นเรื่องโม้ๆของคนวาดการ์ตูน หรือคนสร้างหนัง ที่แค่อยากให้คนดูสนุกๆ… เพราะในชีวิตจริงๆน่ะ
เราจะไปไล่ตีไล่ทุบใครอย่างนั้นไม่ได้  แล้วที่เห็นกระโดดเหาะได้ลอยได้ ก็เป็นเรื่องหลอกๆอีกนั่นแหละ เราเป็นคนไม่ใช่นกนะลูก ขืนใครทำอย่างนั้น มีหวังกระดูกหัก หน้าเละอย่างแน่นอน…

3 )  แม้แต่จะให้ลูกดูข่าวก็ต้องพึงประเมินให้ดีครับ มีงานวิจัยมากมายที่บ่งชี้ว่า

ข่าว หรือสารคดีที่มีเรื่องราวหรือภาพที่ดุเดือดรุนแรง เด็กๆที่ได้ดูบ่อยๆจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวยิ่งกว่าการดูหนังดุเดือดทั่วๆไปซะอีก! เพราะเด็กรู้และเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง  คุณพ่อคุณแม่จึงควรเปลี่ยนไปดูข่าวภาคดึกแทน (ในช่วงที่ลูกๆนอนหลับกันแล้ว)

สารคดีมากมายในโลกที่เหมาะและมีประโยชน์ต่อเด็กๆจึงต้องเลือกสรรกันหน่อยนะครับ

4  ) หาช่วงเวลา มานั่งพูดคุย(และ “ฟัง”)กับลูกๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพวกเขา
หรือ ชวนเล่นกิจกรรมต่างๆ( ร้องเพลงด้วยกัน เล่านิทาน, เล่นต่อลาซี่,ต่อครอสเวิดร์ ) หรือ ชวนลูกๆเล่นกีฬาสารพัด ก็จะช่วยเสริมสร้างความสุขกายสุขใจให้แก่ครอบครัวได้อย่างแน่นอน

5) ถ้าเห็นลูกๆกำลังเล่น ถือปืนถือดาบ(ของเล่น) แล้ววิ่งไล่ฟันไล่ยิงกัน
พ่อแม่อย่างเราจะทำอย่างไรดี? คำตอบก็คือ ไม่ต้องกังวลเกินไปครับ

การออกแอคชั่นบู๊ใส่กัน หากเขายังรู้จักขอบเขต และยังมีการยับยั้งไม่ทำร้ายกันจนได้รับบาดเจ็บ
นั่นก็เป็นเพียงการออกกำลังกายของเด็กๆแล้วก็ยังได้ฝึกทักษะ

การแก้ปัญหา การรู้จักปรับตัวเข้าสังคม( จากการวิจัยศึกษาของ ดร.ริชาร์ด แทรมเบลย์
ผอ.ศูนย์การพัฒนาศักยภาพเด็กเล็ก มหาวิทยาลัยมอนทรีออล)

6 )  ราวสัก 3- 4ปีก่อน มีนักวิทยาศาสตร์การแพทย์อเมริกันนามว่า ดร.เอเมอร์ โซแอส
ได้ออกมาประกาศว่า การดูทีวีมากเกินไป ( ซึ่งก็น่าจะรวมทั้งเกมออนไลน์ ทั้งหลายด้วย)จะทำให้
สมองเฉื่อย ซึ่งมีโอกาสจะเป็นเโรคสมองเสื่อม(อัลไซเมอร์)ได้ในวันข้างหน้าและสิ่งที่ดร.เอเมอร์เน้นหนักหนาก็คือ…

อยากจะให้สมองผ่องใสตลอดไปนั้น…ต้องรักในการอ่าน(หนังสือ)ครับ…

145