“RACE FOR SURVIVAL วิ่งเพื่อเด็ก”

11882812_909049889143219_2497764096885319550_o

( 10 ส.ค.58 ) ทีมงานศูนย์วิจัยฯ นำโดย อ.ปรีชา ชูทรัพย์และคณะ เข้าร่วมงาน
วิ่งเพื่อเด็ก race for survival

ตัวแทนเด็กๆ จากโรงเรียนหกแห่งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะร่วมวิ่งในกิจกรรมงาน “Race for Survival วิ่งเพื่อเด็ก” ที่จัดขึ้นโดยองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) ณ โรงเรียนบางจาก (โกมลประเสริฐอุทิศ) เพื่อสนับสนุนความสำคัญของมาตรการการสวมหมวกนิรภัยในเด็กเพื่อให้เด็กอยู่รอด

แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goal: MDG) ข้อ 4  ในการลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กลงสองในสามเท่า ในระหว่างปีพ.ศ. 2533 – 2558 แต่ประชาชนชาวไทยก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความปลอดภัยอื่นๆอีกมากมาย  ตัวอย่างเช่น การที่เด็กไม่สวมหมวกนิรภัยขณะโดยสารรถจักรยานยนต์ทำให้เด็กๆจำนวนมากตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต รวมทั้งความพิการซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของเด็กๆ

มีเด็กไทยมากกว่า 7 คน ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในแต่ละวัน  และเนื่องจากมีเด็กๆ จำนวนมากถึงประมาณ 1.3 ล้านคนเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ รัฐบาลไทยจึงได้ออกกฎหมายให้คนไทยทุกคน รวมทั้งเด็กๆ ต้องสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ตลอดเวลา  ถึงกระนั้น เรายังพบเห็นผู้โดยสารที่เป็นเด็กหลายคนไม่ได้สวมหมวกนิรภัยอยู่ทั่วไป โดยขณะนี้มีเด็กๆ เพียงร้อยละ 7 ที่สวมหมวกนิรภัยขณะโดยสารรถจักรยานยนต์  ผลที่เกิดขึ้นคือความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง นั้นคือเด็กๆ ประมาณ 2,600 คนต้องมาเสียชีวิต และเด็กๆ อีกกว่า 72,000 คนต้องบาดเจ็บในแต่ละปีจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่ร้ายแรงนี้ ในวันที่ 10 สิงหาคม เด็กๆจะวิ่งในงาน “Race for Survival  วิ่งเพื่อเด็ก” โดยมีผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนจากหน่วยงานอื่นๆทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน พร้อมทั้งรับไม้ผลัดต่อจากเด็กๆ

11807698_909049899143218_8063410228399518438_o

คุณอลิสัน เซลโควิทซ์ ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็กประจำประเทศไทย กล่าวว่า “องค์การช่วยเหลือเด็กเชื่อมั่นว่าเด็กๆ ทุกคนควรได้รับการเอาใจใส่ไม่ปล่อยปละละเลย เด็กๆ ทุกคนควรมีสิทธิเท่าเทียมในการมีชีวิตอยู่และเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ไม่ว่าจะเกิดในที่ใดก็ตาม ประเทศไทยอาจจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษข้อ 4 แล้ว แต่เด็กๆ หลายคนยังต้องเสียชีวิตจากสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ในประเทศไทย  ปัญหานี้ต้องยุติได้แล้ว”

องค์การช่วยเหลือเด็กพยายามหาหนทางลดจำนวนการเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ผ่านการรณรงค์ให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และเด็กๆ ตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้ และเพื่อให้มั่นใจว่าการสวมหมวกนิรภัยจะกลายเป็นนิสัยโดยผ่านอิทธิพลในเชิงบวกจากคนรอบข้าง

“พ่อแม่หลายคนเชื่อว่าเด็กไม่จำเป็นต้องสวมหมวกนิรภัย เพราะตนเองขับขี่ปลอดภัยเพียงพอ และจะสามารถป้องกันลูกของตนได้หากเกิดอุบัติเหตุ” คุณอลิสันกล่าว “แต่มันไม่จริงเสมอไป เพราะเมื่อรถชน ตัวเด็กจะปลิวออกจากรถ และอาจจะตายได้หากไม่สวมหมวกนิรภัย”

องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) ดำเนินการในประเทศไทยมากว่า 30 ปี  โดยมีโครงการต่างๆที่มุ่งเน้นเรื่องการศึกษา การคุ้มครองเด็ก การลดความเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัติ สุขภาพและโภชนาการ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาทุกข์จากภาวะภัยพิบัติต่างๆ

องค์การช่วยเหลือเด็กประจำประเทศไทย และมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ภายใต้ความร่วมมือในการทำงานโครงการ “7 เปอร์เซ็นต์” มีวัตถุประสงค์ในการลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็กไทยจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ โดยการเพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 60 ภายในปี พ.ศ. 2560

11807625_909050289143179_6537592894298018370_o

( 10 ส.ค.58 ) ทีมงานศูนย์วิจัยฯ นำโดยอ.ปรีชา ชูทรัพย์และคณะ เข้าร่วมงานวิ่งเพื่อเด็ก race for survival( จัดโดย Save the Children)ณ.โรงเรียนบางจาก ภาษีเจริญ กทม.

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, August 10, 2015

โปรดแสดงความคิดเห็น