ประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการสังคม กิจการเด็กเยาวชน กรณี การบาดเจ็บทางสมองของมวยเด็ก (27 เม.ย.2559)

DSC_4592

( 27 เม.ย.2559) คณะกรรมาธิการสังคม กิจการเด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญในการพิจารณาศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการคุ้มครองเด็กจึงได้พิจารณาแนวทางการให้ความคุ้มครอง การเสริมสร้างความปลอดภัย และการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก กรณีการชกมวยไทย โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงจิรพรเหล่าธรรมทัศน์ หัวหน้าศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้าคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอผลงานวิจัยสมองของนักมวยเด็ก ดังนี้ จากสถานการณ์ในประเทศไทยปัจจุบัน พบว่า

มีนักมวยเด็กซึ่งอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย(เป็นไปตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๙ ที่กำหนดให้นักมวยที่จะจดทะเบียนได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์)จำนวนทั้งสิ้น ๙,๙๙๘ คน คิดเป็นค่าเฉลี่ย๔๒๐ คนต่อปี และพบว่า นักมวยเด็กที่เริ่มฝึกซ้อมและขึ้นชกมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ ๒-๓ ปีเท่านั้น และในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ยังพบว่า จำนวนของนักมวยเด็กในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ในระบบเพียง ๙๒๙ คน หรือ ๐.๙๓% เท่านั้น และแม้ว่ายังไม่มีการศึกษาเก็บข้อมูลเพิ่มเติม แต่คาดว่าแนวโน้มจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกีฬามวยไทยกำลังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งนี้ได้มีการศึกษาพบว่าประเทศสากลไม่มีนักมวยสมัครเล่นที่อายุต่ำกว่า ๑๐ ปี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย กลับพบว่าในช่วงเทศกาลในประเทศไทยพบว่ามีนักมวยเด็กขึ้นชกแทบทุกวัน

จุดเริ่มต้นของงานวิจัย เริ่มจากการคณะผู้วิจัยพบสภาวะน้ำคั่งในสมองของนักมวยเด็ก๑ ใน ๑๕ รายแรกที่มาทำการสแกนสมอง ดังนั้น จึงได้นำนักมวยเด็กและเด็กทั่วไปที่ถูกคัดกรองแล้วมาสแกนสมองด้วยเครื่อง MRI โดยทำการตรวจเปรียบเทียบทั้งนักมวยเด็กและเด็กทั่วไปที่มีอายุเท่าๆ กัน โดยพิจารณาเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กที่มาจากสภาพแวดล้อมด้านการเป็นอยู่ เศรษฐานะทางครอบครัวและการศึกษาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน

DSC_4583

โดยศึกษาและเปรียบเทียบผลการอ่านค่าต่างๆ ที่ได้จากการสแกนสมองด้วยเครื่อง MRI และตรวจวัดระดับความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) ณ ศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (ไอแมค) โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งภาพรวมของสมองนักมวยเด็กทั้งชายและหญิง (จำนวน ๓๒๓ คน) เปรียบเทียบกับภาพรวมของสมองเด็กทั่วไปทั้งชายและหญิง (จำนวน ๒๕๓ คน)พบว่า ปริมาณธาตุเหล็กสะสมจากการเคยมีเลือดออกในสมองโดยเฉพาะบริเวณเนื้อสมองที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายของนักมวยเด็กมีปริมาณมากกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งระดับของธาตุเหล็กสะสมในปริมาณที่สูงส่งผลต่อการทำลายเนื้อเยื่อสมองและทำให้สมองฝ่อ นอกจากนี้ ยังวัดความเสียหายของใยประสาทในสมอง การวัดความสามารถในการซึมของน้ำในสมอง การวัดการทำงานของสมองด้านความจำซึ่งผลการตอบสนองด้านความจำของนักมวยเด็กน้อยกว่าเด็กทั่วไป และมีแนวโน้มอาจนำไปสู่อาการบกพร่องทางปัญญา หรือภาวะสมองเสื่อม และเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย IQ ของนักมวยเด็กและเด็กทั่วไป พบว่า IQ เฉลี่ยนักมวยเด็กต่ำกว่าเด็กทั่วไป แต่เมื่อวัดผลจากการใช้สมองในการสนองตอบด้วยมือพบว่านักมวยเด็กมีทักษะการเคลื่อนไหวดีกว่าเด็กทั่วไป

อย่างไรก็ตาม การเจริญเติบโตของสมองมนุษย์โดยทั่วไป การทำงานของอวัยวะสมองพัฒนาด้านการควบคุม กล้ามเนื้อและการทรงตัว การเรียนรู้จะเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็ก หากเด็กเริ่มชกมวยตั้งแต่เด็กย่อมทำให้การทำงานของอวัยวะสมองพัฒนาด้านสติปัญญา การควบคุม กล้ามเนื้อและการทรงตัว การเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กได้รับความกระทบกระเทือนและส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสมองและสติปัญญาที่อาจลดต่ำลง ผลกระทบสำคัญที่เกิดจากการชกมวยมี ๒ รูปแบบ ได้แก่

๑.ผลกระทบที่เกิดจากการบาดเจ็บทางสมอง เนื่องจากถูกชกที่ศีรษะโดยตรง ทำให้ศีรษะและสมองถูกสะบัดและหมุนด้วยแรงเหวี่ยงที่รวดเร็วอย่างกะทันหัน ส่งผลให้สร้างบาดแผลให้กับเนื้อสมองโดยตรงและทำให้มีเลือดออกในเนื้อสมอง สมองช้ำและเกิดการยืดหรือขาดของเส้นประสาท

๒.ผลกระทบที่เกิดจากการบาดเจ็บภายในของสมองจากแรงปะทะที่ศีรษะ เนื่องจากถูกชกข้างศีรษะ ส่งผลให้สมองกระแทกกับกะโหลกและกระเด้งพร้อมหมุนกลับไปชนผนังกะโหลกอีกด้านส่งผลให้เกิดการฉีกขาดของเซลล์สมองกับใยประสาท ทำให้ศักยภาพในการส่งสัญญาณของระบบประสาทติดขัด ประกอบกับอาจมีเลือดออกในสมองตรงบริเวณที่ฉีกขาด และหากได้รับการกระทบกระเทือนในระยะเวลายาว ในที่สุดเซลล์สมองจะตายและฝ่อลง

ซึ่งหากเซลล์สมองตายแล้วไม่สามารถสร้างใหม่มาแทนได้ จึงส่งผลระยะยาวต่อระบบประสาท และจากผลกระทบที่เกิดจากการชกมวยข้างต้น จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์และแก้ไขกฎหมาย ยกตัวอย่างกรณีในต่างประเทศ สมาคมฟุตบอลของสหรัฐอเมริกา (US Soccer Federation) ได้ผลักดันให้ออกกฎหมายเพื่อห้ามเด็กอายุต่ำกว่า ๑๑ ปีโหม่งลูกบอลด้วยศีรษะ

นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังได้นำเสนอว่าการชกมวยในเด็กของประเทศไทยนับเป็นการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายระดับสากลและเนื่องจากการชกมวยของเด็กไทยมีการจ่ายเงินค่าตอบแทนการขึ้นชก จึงทำให้การชกมวยในเด็กของประเทศไทยถูกมองว่าเป็นการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งเป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้สหรัฐอเมริกาได้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ว่าประเทศไทยยังตกอยู่ใน Tier ๓ ดังนั้น จึงมีข้อเสนอให้ควรร่วมกันรณรงค์และรักษาศิลปะแม่ไม้มวยไทยพร้อมกับปกป้องดูแลสมองของเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติให้ปลอดภัยจากความรุนแรงที่เกิดจากการชกมวย ตลอดจนคัดค้านการใช้กีฬาชกมวยเพื่อหาประโยชน์จากเด็กและเยาวชน

DSC_4589

รองศาสตราจารย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็กคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้

แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการนำพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาบังคับใช้เพื่อควบคุมกีฬามวย ตลอดจนการคำนึงถึงความปลอดภัยและการจัดสวัสดิการแก่นักมวยให้มีความเหมาะสม เช่น มาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้นักมวยที่จะจดทะเบียนได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ และผู้เยาว์ที่จดทะเบียนเป็นนักมวยแล้ว อาจทำนิติกรรมอันเกี่ยวกับการเข้าแข่งขันกีฬามวยได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมอีก และมาตรา ๓๒ วรรคสอง กำหนดให้การจดทะเบียนผู้เยาว์เป็นนักมวย ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน

นอกจากนี้ยังได้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักมวย โดยในมาตรา ๑๖ ได้กำหนดให้คณะกรรมการจัดให้มีระเบียบและกติกามาตรฐานสำหรับการแข่งขันกีฬามวย เพื่อใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬามวย ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงอายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการแข่งขันกีฬามวย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม พบว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา จึงมีข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ดังนี้
๑.เสนอให้มีการควบคุมการชกมวยเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ในลักษณะมวยอาชีพ โดยให้ปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบของกีฬาและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมาการชกมวยเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี มีลักษณะเป็นการชกมวยอาชีพซึ่งขัดแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ.๒๕๔๖

ซึ่งระบุให้ผู้ปกครองดูแลมิให้เด็กทำงานหรือประกอบกิจการเพื่อหารายได้อันจะเป็นอันตรายต่อเด็ก และพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ ซึ่งกำหนดมิให้มีการใช้แรงงานในเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ตลอดจนไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ระบุว่า

ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ชกมวยเป็นอาชีพ แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีการลงทะเบียนนักมวยเด็กได้ ซึ่งอาจตีความได้ว่าหมายถึงการอนุญาตให้เด็กชกมวยอาชีพได้ ซึ่งขัดแย้งกับพระราชบัญญัติฉบับอื่นๆ ดังกล่าว ดังนั้น จึงควรสนับสนุนให้การชกมวยเด็กต้องเป็นเพียง “วัฒนธรรม และกีฬาสมัครเล่นที่มีกฎกติกาที่เหมาะสมตามอายุ” และต้อง “ไม่เป็นอาชีพ ไม่ทดแทนคุณไม่ทารุณกรรม และไม่เป็นการพนัน”

DSC_4565

๒.เสนอให้มีแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.๒๕๔๒ ให้มีความสอดคล้องกับแนวทางในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ.๒๕๔๖ พระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อมิให้มีการชกมวยเด็กเป็นลักษณะมวยอาชีพอีกต่อไปทั้งนี้ เพื่อหยุดยั้งวัฒนธรรมการละเมิดสิทธิเด็ก แต่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมมวยไทยซึ่งถือเป็นกีฬาประจำชาติของไทย

๓.สนับสนุนให้เด็กทุกวัยต้องได้รับการสอนมวยไทยในฐานะที่เป็นศิลปะประจำชาติ และได้รับการฝึกในรูปแบบกีฬาและเพื่อการออกกำลังกายตลอดจนการส่งเสริมกีฬามวยไทยสำหรับเด็กในรูปแบบของการจัดการแข่งขันเพื่อการพัฒนาฝีมือ โดยต้องปรับเปลี่ยนกฎ กติกาใหม่ให้มีความเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กในวัยต่างๆ เช่น การกำหนดกฎ กติกาสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ๙ ปี โดยไม่มีการแข่งขันแบบปะทะแต่ให้ดำเนินการแข่งขัน โดยเป็นกีฬาแบบไม่ปะทะ (noncontact sport) เช่น การให้คะแนนโดยการรำมวย แสดงท่าหลากหลาย และเตะต่อยเป้า

 

ส่วนในเด็กอายุระหว่าง ๙-๑๒ ปี ควรกำหนดกฎ กติกาให้สามารถแข่งแบบปะทะได้ โดยไม่มุ่งเป้า ศีรษะ และต้องใส่เครื่องป้องกันศีรษะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจ รวมทั้งการใส่เครื่องป้องกันลำตัว เพื่อลดการบาดเจ็บของลำตัว การให้คะแนนต้องให้เมื่อการสัมผัสเป้าหมายไม่ใช่มุ่งเน้นการกระทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงในทางตรงกันข้ามการการกระทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงโดยตั้งใจต้องถูกลดทอนคะแนนหรือทำโทษผู้แข่งขันโดยวิธีต่างๆ

 

ส่วนเด็กอายุตั้งแต่ ๑๓ ปีขึ้นไป อาจกำหนดกฎ กติกาให้แข่งแบบปะทะได้แบบไม่จำกัดศีรษะ แต่ยังต้องใส่เครื่องป้องกันศีรษะ รวมทั้งการใส่เครื่องป้องกันลำตัว การให้คะแนนต้องให้เมื่อการสัมผัสเป้าหมาย ไม่ใช่มุ่งเน้นการกระทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง ในทางตรงกันข้ามการการกระทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงโดยตั้งใจต้องถูกลดทอนคะแนนหรือทำโทษผู้แข่งขันโดยวิธีต่างๆ นอกจากนี้ ควรต้องกำหนดจำนวนยก เวลาแต่ละยก ระยะเวลาห่างในการชกแต่ละครั้ง และช่วงระยะเวลาพักเมื่อถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะบาดเจ็บสมองเล็กน้อยเกิดขึ้น โดยต้องพิจารณาให้มีความเหมาะสมตามแต่ละช่วงอายุ เป็นต้น ทั้งนี้ จะนำข้อเสนอดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเสนอต่อคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

 
นอกจากนี้ ยังอาจนำรายละเอียดจากร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมความปลอดภัยในการกีฬาและนันทนาการสำหรับเด็กและเยาวชน พ.ศ. …ซึ่งเสนอโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีสาระต้องการให้เกิดความปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยของเด็กและเยาวชนในการเล่นกีฬาและนันทนาการ เนื่องจากข้อมูลทางวิชาการและทางการแพทย์พบว่า
 

การเล่นกีฬานันทนาการไม่เหมาะสม ส่งผลระยะยาวต่อสมองร่างกาย จิตใจเด็ก ได้รับบาดเจ็บ พิการ เสียชีวิตและไม่มีผู้รับผิดชอบ แต่การดำเนินการเสนอร่างฉบับดังกล่าวยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ มาประกอบการพิจารณาจัดทำข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้แทนสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้นำเสนอข้อมูลว่าที่ผ่านมาสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีข้อเสนอว่า
 
ควรนำกฎและกติกาที่ใช้ในการแข่งขันเวิลด์คัพมาปรับใช้ในประเทศไทยตามความเหมาะสม เช่น การกำหนดมิให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๐ ปี ชกมวยการกำหนดให้เด็กที่มีอายุระหว่าง ๑๐-๑๒ ปี มิให้มีการปะทะ เป็นต้น
การกีฬาแห่งประเทศไทยฝ่ายกีฬาและสิทธิประโยชน์ ได้นำเสนอข้อมูล สรุปดังนี้

 

การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการที่สอดคล้องพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ใน ๒ ประเด็น ได้แก่

๑.การกำหนดแนวทางในการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายโดยพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการกีฬามวยขึ้น และให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแต่งตั้งพนักงานของการกีฬาแห่งประเทศไทยคนหนึ่งระดับไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกองเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ซึ่งทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กฎหมาย และระเบียบต่างๆให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

๒.การพัฒนากีฬา โดยมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน ๑๔ คน ซึ่งประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกรรมการ และผู้ว่าการเป็นกรรมการและเลขานุการ และคณะกรรมาการดังกล่าวมีอํานาจหน้าที่ในการวางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงการออกข้อบังคับหรือระเบียบเพื่อให้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติ เช่น การส่งเสริมการกีฬาและเป็นศูนย์กลางในการประสานงานเกี่ยวกับการกีฬา

 

ดังนั้น สามารถนำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการเพื่อให้ความคุ้มครอง การเสริมสร้างความปลอดภัย และการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก กรณีการชกมวยไทย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นปัจจุบันมากขึ้นได้
ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ได้มีการนำปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นมาพิจารณาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดำเนินงาน มาตรการการดำเนินงานตลอดจนการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในส่วนของการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้พิจารณาใน ๓ ประเด็น

 
๑) การส่งเสริมให้เกิดการคุ้มครองแก่นักกีฬา เช่น การปรับปรุงกฎ กติกา วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องป้องกันต่างๆ ให้มีความเหมาะสมมากขึ้นโดยจะนำผลการวิจัยมาประกอบการพิจารณา
๒) การผ่อนคลายสภาพบังคับตามที่กฎหมายกำหนด โดยอาจกำหนดให้มีการกำหนดให้มีการผ่อนคลายสภาพบังคับเป็นแต่ละกรณีตามความเหมาะสม
๓) ผลกระทบที่ได้รับจากการชกมวยเช่น การเพิ่มข้อกำหนดเพื่อสร้างความปลอดภัย การคุ้มครองการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาทุกชนิดและการกำหนดอายุให้มีความเหมาะสม

 

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสนอให้พิจารณาแก้ไขพื้นฐานสภาพเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยมโดยรวมของประเทศไทยซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง เนื่องจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นการสะท้อนถึงสภาพปัญหาโดยรวมของประเทศไทย ส่วนการแก้ไขกฎหมายถือเป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จ ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนของสังคม

DSC_4569
ข้อคิดเห็นจากที่ประชุม ดังนี้

๑.ปัญหาสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เสนอให้มีมาตรการในการบังคับกฎหมายดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมถึงมาตรการในการให้นักมวยเด็กซึ่งอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ด้วย

๒.ค่านิยมในปัจจุบันคือการที่เด็กต้องการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ด้วยการหารายได้จากการชกมวย โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อร่างกายในระยะยาว ทำให้แนวโน้มจำนวนนักมวยเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าอายุ ๑๕ ปีเพิ่มขึ้นดังนั้น จึงต้องเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและปลูกฝังค่านิยมที่เหมาะสมต่อไป ต้นเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากพ่อ-แม่ที่สมัครใจและสนับสนุนให้เด็กชกมวย

๓.เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับแนวทางการให้ความคุ้มครอง การเสริมสร้างความปลอดภัย และการป้องกันการบาดเจ็บในเด็กกรณีการชกมวยไทย มีความสอดคล้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงเสนอให้พิจารณากำหนดแนวทางไว้ในพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องแทนการแก้ไขปรับปรุงในพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.๒๕๔๒

๔.ปัญหาสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มีดังนี้
(๑.) การชกมวยอาชีพ เนื่องจากในทางปฏิบัติที่ผ่านมา พบว่า กฎหมายหลักและกฎหมายรองขัดกันทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น จึงควรเร่งหาแนวทางในการแก้ไขโดยการเสนอประเด็นการแก้ไขเพื่อปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
(๒.) การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายควรพิจารณาอย่างรอบด้านและครอบคลุมในทุกชนิดกีฬาที่มีความรุนแรง รวมถึงการนำกฎหมายไปใช้กับโรงเรียนที่สอนศิลปะการป้องกันตัวด้วย
(๓.) การตรวจสอบคุณสมบัติของนักมวยก่อนขึ้นชกเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรของการกีฬาแห่งประเทศไทย ควรประสานความร่วมมือกับบุคลากรหรือหน่วยงานต่างๆ เช่น กรณีการขออนุญาตจัดเวทีมวยในชุมชนหรือท้องถิ่นนั้นอาจประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการร่วมกันได้
(๔.) ควรกำหนดกรอบแนวทางในการจัดชกมวยอย่างเหมาะสม เช่น การชกมวยระหว่างนักชกหญิงและชาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
(๕.) การกำหนดมาตรการและแนวทางในการดูแลเยียวยานักมวยหลังจากเลิกอาชีพชกมวย
๕. ควรตระหนักในเรื่องการใช้แรงงานเด็ก ด้วยการว่าจ้างเด็กให้ไปชกมวยด้วย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจของประเทศและเสนอให้ควรกำหนดอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีแทนอายุ ๑๕ ปี

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่
คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา โทร. ๐๒-๘๓๑๙๒๒๕-๖ โทรสาร ๐๒-๘๓๑๙๒๒๖
สายด่วนวุฒิสภา ๑๑๐๒ หรือส่งจดหมาย/เอกสารไปที่
กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็กฯ วุฒิสภา
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนอู่ทองใน ดุสิต กทม. ๑๐๓๐๐ หรือ

email : dek_senate@hotmail.co.th หรือ Facebook: กมธ.พัฒนาสังคม

 

DSC_4570 DSC_4564 DSC_4571 DSC_4578 DSC_4577 DSC_4587 DSC_4558

www.csip.org