อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องชุมชนปลอดภัยเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ ( 20-21 มีนาคม 2560 )

อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องชุมชนปลอดภัยเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ

วันที่ 20-21 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์กรุงเทพมหานคร

โดยศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกับคณะอนุกรรมการสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมด้านชุมชนปลอดภัยในคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

โครงการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ชุมชนปลอดภัย เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ (จัดการภัยพิบัติ เริ่มที่ตัวเรา)ในวันที่ 20-21 มีนาคม 2560  

ภัยพิบัตินั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากมาย รัฐบาลไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด การพัฒนาชุมชนปลอดภัย เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ จึงมีความสำคัญ โดยเริ่มจากบุคคลและความร่วมมือประชาชนผู้ที่อาศัยในท้องถิ่น ที่ต้องทราบถึงภัยพิบัติที่มีโอกาสเกิดขึ้น ความสามารถประเมินวิเคราะห์ความเสี่ยงภัย การเตรียมและช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญที่จะร่วมจัดการกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้อยู่รอดถิ่นฐานตนเองอย่างปลอดภัย

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก  ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ส่งเสริมการทำงานชุมชนปลอดภัย โดยดำเนินงานร่วมกับคณะอนุกรรมการสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมด้านชุมชนปลอดภัย (กปอ.)และภาคีเครือข่ายด้านภัยพิบัติ  ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ชุมชนปลอดภัย เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ ขึ้นเพื่อให้ผู้แทนหน่วยงาน ประชาชน ชุมชนท้องถิ่น กว่า ๑๐ จังหวัด รวม ๕๓ คน เรียนรู้การวิเคราะห์ความเสี่ยงของภัยพิบัติ วิธีทำแผนและซักซ้อมเตรียมพร้อม รวมทั้งการประเมินผลการทำงานในเรื่องภัยพิบัติ โดยมีตัวอย่างบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับชุมชน หน่วยงาน ฯ และนักวิชาการ ในการนี้ จึงเชิญวิทยากรจากหน่วยงานภายนอก เพื่อมาบรรยาย โดยเชิญบุคลากรเครือข่ายชุมชนปลอดภัย ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานด้านการป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ โดยมีคุณสมบัติ คือ 1.รับผิดชอบงานด้วยภัยพิบัติและอยู่ในแผนการจัดการภัยพิบัติของท้องถิ่น 2.สามารถนำไปขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล 3.รู้ปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นสามารถประสานร่วมกับหน่วยงานอื่นได้ จำนวนกว่า 50 พื้นที่ เข้าร่วมการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ชุมชนปลอดภัย เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ (จัดการภัยพิบัติ เริ่มที่ตัวเรา) ในวันที่ 20-21 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร 


วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ผู้แทนหน่วยงาน ประชาชน ชุมชนท้องถิ่น กว่า 10 จังหวัด รวม 53 คน เรียนรู้การวิเคราะห์ความเสี่ยงของภัยพิบัติ วิธีทำแผนและซักซ้อมเตรียมพร้อม รวมทั้งการประเมินผลการทำงานในเรื่องภัยพิบัติ
  2. ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำไปขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 

วิธีการดำเนินงาน

  1. ประสานงานกับวิทยากร ชี้แจงรายละเอียดการจัดอบรม
  2. วางแผนการจัดประชุม โดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเป็นส่วน โดยใช้ทรัพยากร ศูนย์วิจัยฯ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานหลัก
  3. ประชาสัมพันธ์ การจัดประชุม เครือข่ายชุมชนปลอดภัย ผ่านช่องทางต่างๆเพื่อเข้าร่วม
  4. สรุปและรายงานผล

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ผู้แทนชุมชน รู้จักการวิเคราะห์ความเสี่ยงของภัยพิบัติในพื้นที่ รู้วิธีทำแผนและซักซ้อมเตรียมพร้อมรับภัยเมื่อเกิดเหตุขึ้น และการประเมินผลการทำงานในเรื่องภัยพิบัติ เพื่อการเตรียมและช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญที่จะร่วมจัดการกับชุมชน

2.ผู้แทนชุมชนเรียนรู้ตัวอย่างบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันในระดับชุมชน หน่วยงานในประเทศและนานาชาติที่เกี่ยวกับภัยพิบัติ


วันที่ 20 มีนาคม 2560

พิธีเปิด และบรรยายพิเศษ เรื่อง ชุมชนปลอดภัยกับการจัดการภัยพิบัติ
โดย พิธีเปิด และบรรยายพิเศษ เรื่อง ชุมชนปลอดภัยกับการจัดการภัยพิบัติ โดย : รองอธิบดี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เรื่อง เตรียมชุมชนให้พร้อมรับภัยพิบัติ
1.บรรยาย เรื่อง CBDRM โดย นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
2.บรรยาย เรื่อง การทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ โดย นางสาววริฏฐา วรรณทอง ผู้จัดการโครงการ ฯ ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย Asian Disaster Preparedness Center, ADPC
3.บรรยาย เรื่อง การมีส่วนร่วมของชุมชนเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ โดย ดร.ปาริฉัตต์ ครองขันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ
บทเรียนและประสบการณ์ การจัดการภัยพิบัติ
1.การจัดการภัยน้ำท่วมโรงพยาบาลบางสะพาน โดย นางนวรัตน์ พิสิษฐ์คุณานนท์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลบางสะพาน
2.บทเรียนการทำงานกับเครือข่าย ของอุทกภัย อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช (เน้นซ้อมแผน และการทำงานกับเครือข่าย) โดย นายโกเมศร์ ทองบุญชู เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติจากธรรมชาติ พื้นที่ภาคใต้
3.ภัยพิบัติดินโคลนถล่มของบ้านผามูบ (เน้นเตรียมแผนชุมชน และการจัดการเมื่อเกิดเหตุ) โดยนายดำเนิน เชียงพันธ์ รองประธานทสม.เครือข่ายของกรมทรัพยากรธรณี
4.เตรียมพร้อมรับอัคคีภัย (เน้นการหลบอัคคีภัย และการทำแผนอพยพ) โดยนายสุชาติ บุญมี ประธานชุมชนสวนหลวง 1 เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร


21 มีนาคม 2560

– แนะนำมูลนิธิชุมชนไทและการทำงาน
– บทเรียนรู้ของการเตรียมพร้อมภัยพิบัติ ต.ท่าหิน จ.สงขลา

workshop การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ โดย ทีมงานมูลนิธิชุมชนไท
ก.รู้จักการวิเคราะห์ความเสี่ยงและประเมินความรุนแรงของภัยพิบัติในพื้นที่
ข.รู้จักทำแผนรับภัยพิบัติ แผนช่วยเหลือและการฟื้นฟู และวิธีการทำงานเพื่อให้เกิดแผน
ค. การซักซ้อมแผน ต้องทำอย่างไร และจะทำงานกับใครได้บ้าง
ง. การเผชิญเหตุ ควรทำอย่างไร
จ.การตรวจสอบหลังเกิดเหตุและการฟื้นฟู ควรทำอย่างไร


 

เรื่อง ชุมชนปลอดภัยกับการจัดการภัยพิบัติ โดย นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ รองอธิบดี กรมการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย

ยุทธศาสตร์

1.การลดความเสี่ยงการจัดการค้า

2.บูรณการในเรื่องการเผชิญเหตุ

3.การฟื้นฟูให้ได้ประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน

4.การประสานเชื่อมโยงที่เกิดในต่างประเทศ


การจัดการ

1.จัดการก่อนเกิดเหตุ

2.จัดการระหว่างเกิดเหตุหรือการเผชิญเหตุ

3.การจัดการหลังเกิดเหตุ เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรทำอย่างไร


เรื่อง เตรียมชุมชนให้ปลอดภัยเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ โดย นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย

การที่ชุมชนมีความพร้อมที่จะเตรียมรับกับภัยพิบัติ ชุมชนจะต้องมีความเข้มแข็ง สถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน บอกไม่ได้ว่า จะเกิดขึ้นที่ไหน จะมาในรูปแบบใด แต่จะมีความรุนแรง มีความถี่ และก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น

แนวคิดการจัดการสาธารณภัย

  • กรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พ.ศ.2558
  • ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)
  • แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)
  • ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ (พ.ศ.2557-2561)

การลดความเสี่ยงสาธารณภัย

  1. การป้องกันและลดผลกระทบ
  2. เตรียมความพร้อม
  3. การเผชิญเหตุ
  4. การบรรเทาทุกข์
  5. ฟื้นฟูสภาพ
  6. ป้องกันและลดผลกระทบ

 

การจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน  มีแนวคิด 4 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. สร้างความตระหนักว่า “ ชุมชนกำลังเผชิญกับภัยอะไรอยู่ ”
  2. ให้เข้าใจว่า “ ผลกระทบจากภัย สามารถคาดการณ์ได้ ”
  3. การควบคุมบริหารจัดการโดย “ องค์กรชุมชน ”
  4. มีแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติสำหรับชุมชน

จุดมุ่งหมาย ของ CBDRM

ลดความเสี่ยงของชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการจัดการภัยพิบัติต่างๆ


 

เรื่อง การทำงานร่มกับชุมชนเพื่อเตรียมพร้อมรับกับภัยพิบัติ โดย นางสาววริฏาฐา วรรณทอง

การมีส่วนร่วมทุกคนในชุมชนควรมีส่วนร่วมและควรคำนึงถึงทุกคนในกลุ่มชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ ควรมีความรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยกันเสริมจุดด้อยก็คือร่วมกันสร้างเสริมชุมชนและมีการเตรียมความพร้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการและทรัพยากรพื้นฐาน สามารถมีส่วนในการตัดสินใจมากขึ้น


 

เรื่อง การมีส่วนร่วมของชุมชนเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ โดย ดร.ปาริฉัตต์ ครองขันธ์

ปัจจัยสำคัญในการเตรียมความพร้อมของชุมชน

ผลักดันให้ทุกคนมีส่วนร่วม ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนเปราะบาง คำนึงถึงกลไกและศักยภาพที่อยู่ของชุมชนมีมาตรการในการลดความเสี่ยงและเชี่ยมโยงกับแผนมาตรการลดความเสี่ยง บุคคลภายนอกมีบทบาทแค่สนับสนุนเท่านั้น

 

แนวความคิดในการประเมินความเสี่ยง

– ทุกคนมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

– คนในชุมชนมีข้อมูลดีที่สุด

– กระตุ้นให้มีการแสดงความคิดเห็น

 

ปัจจัยที่จะทำให้การเตรียมความพร้อมชองชุมชนสำเร็จ

– ผู้นำชุมชนและวิสัยทัศน์ร่วมกัน

– การส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมร่วมกับการตัดสินใจของชุมชน

– การบูรณการแนวทางการลดความเสี่ยงภัยพิบัติในแผนฟื้นฟูชุมชนหลังเกิดเหตุ

– การมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มและทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

– การสร้างเครือข่ายสนับสนุนของชุมชน

– การสนับสนุนจากภาครัฐ


การจัดการภัยน้ำท่วมโรงพยาบาลบางสะพาน โดย นางนวรัตน์ พิสิษฐ์คุณานนท์

สถานการณ์ในบางสะพาน เนื่องจากในอำเภอมีฝนตกหนักมากในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีทำให้มีน้ำฝนสะสมประมาณ 65 ล้านลูกบาศก์เมตรและไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทันเวลาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็วทำให้เกิดอุทกภัยที่รุนแรงในรอบ 50 ปี

เราจะเห็นได้ว่ากาจัดการด่อนเกิดอุทกภัยเป็นการคาดการณ์ที่ต่ำไปหรือมีช่องว่างในการสื่อสาร     ทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนักหรือการจัดการยังไม่ความพร้อมหรือเข้มแข็งพอ


 

บทเรียนการทำงานเครือข่าย ของอุทกภัย อ.ชะอวด โดย นายโกเมศร์ ทองบุญชู

การบริหารจัดการศูนย์การจัดการภัยพิบัติ เราจะต้องมีข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยของชุมชนหรือพื้นที่   และเป็นงานที่ไม่มีค่าตอบแทนและมีกองทุนการจัดการการเตือนภัย

หัวใจที่สำคัญที่สุดสำหรับอาสาสมัคร แต่บางคนไม่มีความรู้ และคนที่จะช่วยผู้ประสบภัยได้ดีที่สุดก็คือผู้ประสบภัย คนที่จะมาเป็นอาสาสมัครจะต้องผ่านการอบรม และการซ้อมแผน

อุทกภัยที่อำเภอชะอวด เป็นอุทกภัยที่หนัก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต นั่นก็หมายความว่าชะอวดมีการจัดการที่เข้มแข็งพอที่จะสามารถจัดการภัยพิบัติที่เจอและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 

เรื่อง ภัยพิบัติโคลนถล่มของบ้านผามูบ

คนในหมู่บ้านกินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กินได้ ทุเรียน ลองกอง เป็นหลัก ในหมู่บ้านจะมีแผนที่ทำมือว่าจุดไหนมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินถล่ม มีการวัดปริมาณน้ำฝน มีหอสังเกตการณ์ต้นน้ำ  และได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยต่างๆโดยมีสถานีตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดินเพื่อเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม มีเครื่องวัดความชื้นในดินและมีการสร้างฝ่ายชะลอน้ำเพื่อลดการไหลน้ำให้ไหลช้าลงเพื่อที่จะได้มีน้ำใช้ตลอดปี

 


เรื่อง เตรียมพร้อมรับอัคคีภัย โดย นายสุชาติ บุญมี

คนในกรุงเทพ คือ จะเช่าห้องพักมีแค่กระเป๋าใบเดียวก็สามารถเอาออกโดยไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือกันทำให้คนในพื้นช่วยเหลือกันน้อยมาก

หน่วยงานในชุมชน คือ อสส. หน่วยงานผู้สูงอายุ เครือข่ายป้องหันยาเสพติด กองทุนแม่ของแผ่นดิน ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ความไม่เป็นธรรม ศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะและน้ำเสียในชุมชน เครือข่ายอาสาสมัครป้องกันอัคคีภัยในชุมชนบนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ศูนย์ควบคุมกล้องวงจรปิด CCTV กลุ่มแม่บ้านพัฒนาอาชีพ

แผนป้องกันอัคคีภัย

1.อบรมให้ความรู้

2 .ฝึกซ้อมหนีภัย

3.ตรวจสอบ เช็คอุปกรณ์เครื่องดับเพลิง ในชุมชนปีละ 1-2 ครั้ง

คนในชุมชนให้ความสนใจในเรื่องอัคคีภัย คนในพื้นที่ควรช่วยกันไปก่อน ก่อนที่รถดับเพลิงจะมาถึงที่หมู่บ้าน


กรณี ภัยพิบัติ

ภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม แผ่นดินไหว คลื่นสึนามิ ไฟป่า เป็นต้น ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แค่เราเตรียมความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็จะสามารถทำให้เรามีความปลอดภัยได้มากขึ้น ลดความสูญเสียต่าง ๆ ได้อย่างมากที่สุด

ปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ชุมชนเล็ก ๆ ได้เจอนั้น ทำให้ชุมชนที่เล็ก ๆ สามารถที่จะมีความอดทนต่อสู้กับสิ่งนั้นได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องรอทางรัฐบาลมาช่วยแก้ปัญหา ชุมชนเล็ก ๆ ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเอง ถ้าชุมชนนั้น ๆ ได้มีความร่วมมือซึ่งกันและกัน ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างง่าย ความสามัคคีเป็นหลักสำคัญที่ทำให้ชุมชน มีความพัฒนาทำให้ชุมชนสามารถที่จะก้าวไกลได้ในอนาคต

ทำไมชุมชนต้องเป็นผู้จัดการภัย

1.องค์ความรู้ ประสบการณ์ ทั้งภัยที่เกิดขึ้นในชุมชนและสภาพในชุมชน ไม่มีใครรู้ว่าเป็นยังไง มีแต่คนในพื้นที่เท่านั้นที่เป็นคนรับรู้เรื่องทุกอย่าง

2.เมื่อมีภัยหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน ไม่มีหน่วยงานใด มาช่วยหรือมาแก้ไขได้ทัน มีแต่คนในพื้นที่เท่านั้นที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

3.ความยั่งยืนของการดำเนินงาน ถ้าคนพื้นที่ไม่ช่วยกันแล้วใครจะมาช่วยเราได้ หากไม่ได้ทำด้วยตนเอง