กสทช.ผนึกคณะแพทยศาสตร์จุฬา-รามา-ศิริราช รณรงค์ให้เห็นภัยจากการเลี้ยงลูกด้วยจอ ( 07 พ.ย.2560 )

กสทช.ผนึกคณะแพทยศาสตร์จุฬา-รามา-ศิริราช รณรงค์ให้เห็นภัยจากการเลี้ยงลูกด้วยจอ

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรมของเด็กในยุคปัจจุบันจะอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เล่นสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตเป็นเวลานาน ส่งผลทำให้เด็กมีสมาธิสั้น มีพัฒนาการช้า และพูดได้ช้า สำนักงาน กสทช. จึงร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลศิริราช ร่วมมือให้ข้อมูลความรู้การเลี้ยงลูกอย่างเหมาะสมและปลอดภัยในสังคมออนไลน์ เพื่อให้เด็กไทยมีพัฒนาการที่ดีเติบโตตามวัย ด้วยการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “อย่าปล่อยให้จอเลี้ยงลูก” ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหวังให้ข้อมูลที่ถูกต้องจากการเลี้ยงลูกผ่านจอผ่านไปยังกลุ่มผู้ปกครองอย่างกว้างขวางมากขึ้น

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยสามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างแพร่หลาย และทั่วถึงมากขึ้น ทั้งการรับชมสื่อทางโทรทัศน์ สมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต โดยมีจำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Mobile broadband subscribers มากกว่า 66 ล้านเลขหมาย ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างกันน้อยลง กลายเป็นสังคมก้มหน้า ขณะที่ผู้ปกครองก็ใช้วิธีเลี้ยงลูกผ่านจอสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตแทนการทำกิจกรรมอื่นภายในครอบครัว เช่น เล่นกับลูก การรณรงค์ให้ความรู้ผู้ปกครองถึงภัยจากการใช้จอเลี้ยงลูกเป็นเวลานานจะช่วยให้เด็กได้รับสื่ออย่างพอดีและเหมาะสม มีพัฒนาการสมวัย

 


ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. มีมาตรการที่พร้อมให้ความร่วมมือในโครงการดังกล่าว ได้แก่

1. จะขอความร่วมมือไปยังผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ ติดสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ Warning บนกล่องอุปกรณ์ เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครอง ตระหนักว่าไม่ควรให้เด็กอายุ 0-2 ปี ใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าว

2. จะขอความร่วมมือไปยังบริษัท ไลน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งอาจจัดทำในรูปแบบ Welcome message แสดงบนหน้าจอประมาณ 3-5 วินาที ขณะเปิดใช้งานแอพพลิเคชัน ให้ผู้ใช้งานได้ตระหนักและพึงระวังเสมอว่า “อย่าปล่อยให้จอเลี้ยงลูก” ซึ่งการรณรงค์ผ่านช่องทางนี้ คาดว่าจะมีประสิทธิภาพและเข้าถึงพ่อแม่ผู้ปกครองได้ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบัน มีการใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์มากถึง 94% ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือประมาณ 62.12 ล้านบัญชี ซึ่งจำนวนดังกล่าวถือว่าเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีการใช้งานเฉลี่ยในแต่ละวันมากถึง 70 นาทีต่อคน

3. จะขอความร่วมมือให้เพิ่มคำแนะนำในการใช้งานสำหรับเด็ก 0-5 ปี ในคู่มือการขาย เพื่อให้พนักงานขายแจ้งให้ผู้รับบริการได้รับทราบ

4. สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชัน “Net Care” เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถจำกัดช่วงเวลาการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเด็กได้ รวมทั้งบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม และจะใช้งานได้จริงเดือนธ.ค. 2560 ก่อนมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อใช้งานแอพพลิเคชันดังกล่าว

และ 5. จัดทำแนวทางปฏิบัติในการนำเสนอรายการโทรทัศน์โดยคำนึงถึงหลักจริยธรรมวิชาชีพ สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว เป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการวางแผนก่อนการผลิตรายการ (Pre-Production) ขั้นผลิตรายการ (Production) และขั้นตอนหลังการผลิตรายการ (Post-Production)

 


ส่วนมาตรการต่อไปที่สำคัญในการรณรงค์เด็กไทยคุณภาพดี ยุค 4.0 ที่จะต้องดำเนินการ ได้แก่ เตรียมการศึกษาเพื่อปรับปรุงแก้ไขประกาศ กสทช. เรื่อง แนวทางการจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์ฯ โดยจะมีการปรับหมวด “รายการที่เหมาะสมสำหรับผู้ชมทุกวัย” ให้มีรายการที่เน้นสื่อสร้างสรรค์มากขึ้น และเหมาะสมสำหรับเยาวชน เช่น การปรับรายการการ์ตูนไม่ให้มีเนื้อหารุนแรง และให้มีการ์ตูนสำหรับเด็กประมาณ 1 ชั่วโมง ในช่วงระหว่าง 16.00-18.00 น.ของวันธรรมดา และช่วงเช้าของวันเสาร์-อาทิตย์