วันเด็กแห่งชาติ เด็กไทยกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ยั่งยืน ( 12 ม.ค.2562 )

วันเด็กแห่งชาติ เด็กไทยกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ยั่งยืน

ขณะนี้ประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องการให้ประเทศเราก้าวข้ามผ่านความเป็นประเทศรายได้ระดับกลางสู่ประเทศรายได้สูง เฉกเช่นประเทศพัฒนาแล้ว แต่ทิศทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจยังใช้วิธีการเดิมๆของการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน บริษัทธุรกิจ โรงงาน องค์กรหน่วยงานต่างเติบโตแข่งขันหากำไร แย่งชิงความเป็นหนึ่ง แต่สถาบันครอบครัวกลับอ่อนแอลง วัฒนธรรมไทยวิถีชีวิตแบบไทยเสื่อมหาย สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกับกายเป็นเศรษฐกิจที่ไม่เป็นมิตรกับครอบครัวทำให้ครอบครัวลดขนาดไม่เป็นครอบครัวแบบขยายอย่างในอดีต แม่ไปทำงานไม่สามารถให้นมบุตร ไม่มีเวลาเล่นกับลูกปล่อยให้อยู่กับมือถือตั้งแต่เป็นทารก เกิดครอบครัวนมผง ครอบครัวมือถือ เด็กถูกส่งไปอยู่กับปู่ย่าตายายในชนบทเกิดครอบครัวแหว่งกลาง ปัญหาผู้สูงอายุว้าเหว่ขาดการดูแล และวัยรุ่นพฤติกรรมเบี่ยงเบนทวีความรุนแรงขึ้นในสังคม สิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่อสุขภาพและสมองเด็กซ่อนเร้นอยู่รอบตัวจากการจูงใจส่งเสริมการลงทุนด้วยมาตรการต้นทุนต่ำกำไรสูง โดยให้ข้ามขั้นตอนการตรจสอบผลกระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อมหรือที่เรียกว่า EIA fast track

เด็กต้องตกเป็นเหยื่อจากธุรกิจและเทคโนโลยีที่มีผลเสียแต่เม็ดเงินทางธุรกิจสูง ไม่ว่าจะเป็น สินค้าผลิตภัณฑ์อาหารมีสารพิษรอบตัวเด็กเช่น สารตะกั่ว พลาสติไซเซอร์บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติดรุ่นใหม่ๆ ซื้อขายกันเกลื่อนเมืองผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งถูกส่งเสริมให้ประชาชนใช้กันทั่วโดยขาดการควบคุมที่ดี เด็กติดเกมส์ อีสปอร์ต เล่นจนเสพติดขาดเรียนขาดการพัฒนาทั้งร่างกายและความคิด

การเติบโตทางเศรษฐกิจนำสู่ความเป็นเมืองมากขึ้น แต่เมืองกลับกลายเป็นเมืองที่ไม่สมบูรณ์ขาดแคลนการลงทุนพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่ดี เกิดชุมชนแออัดซ่อนเร้นด้วยกลุ่มคนยากจนเมือง ที่มีไว้เพื่อเป็นแรงงาน หรือให้บริการความสุขสบายแก่ผู้คนในเมืองที่มีสถานะที่ดีกว่า ความยากจนความเหลื่อมล้ำของคนในเมืองเติบโตพร้อมกับการเติบโตของเมืองไม่ยกเว้นแม้แต่เด็ก  เด็กในครัวเรือนยากจนมีพัฒนาการล่าช้า ไอคิวต่ำ มีหนังสือเด็กในบ้านน้อยกว่า ได้รับประสบการณ์เลวร้ายในครอบครัวมากกว่าเช่นพ่อแม่แยกทาง ติดยา ติดเหล้า ตีกัน หรือติดคุก มีความเสี่ยงมากกว่าครอบครัวที่มีรายได้สูงกว่าสามเท่า

แม้รัฐบาลไทยคลำเป้าถูก ทำโครงการเงินอุดหนุนทารกแรกเกิด ค้นหาเด็กยากจนมากกว่า 6.8แสนคนให้การช่วยเหลือ 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยยิงตรงจากกรมบัญชีกลางเข้าสู่บัญชีของผู้ปกครอง แต่ยังต้องการหน่วยงานต่างๆบูรณาการเข้าช่วยเหลือกลุ่มเด็กเสี่ยงสูงทั้งหกแสนคนนี้ ณ วันนี้ กลุ่มเด็กกลุ่มแรกในโครงการที่เกิดตั้งแต่1 ตค 2558 มีอายุสามปีกว่าแล้ว ต้องเข้าสู่การพัฒนาของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาล แล้ว แต่ยังขาดระบบส่งต่อ เมื่ออายุครบสามปี เด็กเหล่านี้ก็จะหลุดจากระบบโครงการเงินอุดหนุนไป นอกจากนั้นยังมีกลุ่มสร้างแนวคิดการจ่ายทั้งยวงคือจ่ายหกร้อยบาทต่อเดือนทุกคนไม่ว่ามีหรือจน ยิ่งตอกย้ำการทำลายระบบค้นหากลุ่มเด็กยากจน เพื่อให้การช่วยเหลือแบบบูรณาการเฉพาะกลุ่ม

ทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบนี้ การยอมรับความเสี่ยงด้วยความกลัวการหยุดชะงักทางเศรษฐิกจชั่วขณะอาจไม่เกิดผลดีต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การไม่ทอดทิ้งเด็กคนใดไว้ข้างหลังยังเป็นคำสวยหรูที่ไม่ถูกปฏิบัติ เด็กยังได้รับความไม่เป็นธรรม ยังมีเด็กที่ต้องสังเวยโดยต้องเหยื่อในการแลกกับความพยามเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วราคาถูกกำไรสูงในยุคสมัยนี้เพื่อรอสังคมที่ดีขึ้นเมื่อประเทศร่ำรวยขึ้น

ในความเป็นจริง เด็กเหล่านี้คืออนาคตของสังคมในวันข้างหน้า เด็กที่ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ไม่มีพื้นที่สร้างสรรค์ความคิด ครอบครัวไม่มีเวลาสร้างความรักความอบอุ่นและปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่ออกัน สิ่งยั่วยุให้เด็กแยกตัวออกจากสังคม มีพฤตติกรรมเบี่ยงเบนได้รับอนุญาติให้เด็กใช้ไปทั่วทุกระแหง เด็กเหล่านี้จะเติบโตไปเป็นผู้ไร้สมรรถนะ ไร้ศักยภาพเพียงพอในการพาประเทศไทยข้ามผ่านจากความเป็นประเทศรายได้ระดับกลางสู่ประเทศรายได้สูง

การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่สามารถนำพาเด็กไทยให้อยู่รอดได้ คงไม่มีวัคซีนใด วิตะมินชนิดใด หรือแอพพลิเคชั่นใดที่จะส่งเสริมให้เด็กฉลาดมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดี  มีพัฒนาการดี พฤติกรรมดี มีพหุศักยภาพ มีความเป็นพลเมือง ควบคุมตนเองได้ดี แต่เราต้องการนวัตกรรมทางสังคมเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวด้วย

เด็กต้องการจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียมอย่างน้อยสามพันวันแรกของชีวิต นับตั้งแต่ในครรภ์ถึงอายุแปดปี เด็กต้องการการปกป้องทั้งร่างกายและสมองของเขาจากปัจจัยเหนือพันธุกรรมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (epigenetics)ไม่ว่าจะเป็นสารพิษ ความเครียดของมารดา ต้องการการดูแลและส่งเสริมการเรียนรู้ตั้งแต่แรกเกิด ระบบการดูแลและการเรียนรู้เด็กปฐมวัยต้องมีมาตรฐานเท่าเทียมทุกระบบไม่ว่าจะเป็นการดูแลในครัวเรือน โดยญาติ โดยข้างบ้าน โดยบริษัทที่ส่งผู้บริบาลเด็ก เนอสเซอรี่ ศูนย์เด็กเล็ก หรือ โรงเรียนอนุบาล ไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือเป็นเด็กพิเศษ

เด็กต้องการการเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่เล่น พื้นที่พัฒนาของพวกเขา (child space) พื้นที่ทางกายภาพต้องมีมากว่าในบ้านและในโรงเรียน ชุมชน บริษัทห้างร้าน หน่วยงานต่างๆในชุมชนต้องรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาออกแบบพื้นที่ใหม่ กิจกรรมใหม่ และผู้ดูแลหรือโคชเด็กพันธ์ใหม่เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้และการดูแลเด็กในชุมชนในสังคมร่วมกัน เด็กต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการคิด ต้องมีโอกาสได้รับการส่งเสริมให้เป็นนักคิดนักออกแบบเพื่อพัฒนากิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเองและชุมชนด้วย

การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนตามวาระการพัฒนาที่ยังยืน 2030 นั้น ต้องมีเป้าหมายที่จะทำให้ สุขภาวะและศักยภาพของเด็กดีขึ้น ขณะเดียวกัน กระบวนการพัฒนาที่ใช้กลยุทธการยึดสุขภาวะและศักยภาพของเด็กเป็นศูนย์กลาง จะนำไปสู่การออกแบบกระบวนการพัฒนาแนวใหม่ที่เป็นไปตามกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืน


รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ 

ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

12 ม.ค.2562


 

โปรดแสดงความคิดเห็น