เปิดตัวโครงการ “We Power Rosd Safety Digital Creator” ( 18 ม.ค.2562 )

เปิดตัวโครงการ “We Power Rosd Safety Digital Creator”

“บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด” เดินหน้าตอกย้ำพันธสัญญาด้านความปลอดภัย ด้วยการเปิดตัวโครงการ “We Power Rosd Safety Digital Creator” การแข่งขันเพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเปิดรับสมัครเยาชนรุ่นใหม่ให้นำความรู้และความถนัดทางเทคโนโลยีมาพัฒนาดิจิทัล พร้อมนำผลงานไปใช้จริงผ่านการเรียนรู้ในโรงเรียน มุ่งลดอัตราอุบัติเหตุทางถนน

“อัษฎา หะรินสุต” ประธานกรรมการบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ความปลอดภัยเป็นนโยบายหลักของเชลล์ รวมการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนเป็นสิ่งที่เชลล์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ในฐานะผู้นำด้านพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงระดับโลก เชลล์จึงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบพลังงานอย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศที่ให้สนใจกับนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชีวิตประจำวัน

“การนำเสนอเนื้อหาให้เข้าถึงเยาวชน จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยปลูกฝังเรื่องความปลอดภัยและให้ความรู้แก่ประชาชน สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ตอบรับนโยบายการลดอุบัติเหตุทางถนนของภาครัฐ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเชลล์ในการเติมสุขให้ทุกชีวิต หรือ Making Life’s Journey Better”

เพราะข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเดือนธันวาคม 2561 ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยมีจำนวนว่า 22,491 คนต่อปี หรือมีผู้เสียชีวิต 60 ต่อวัน นับเป็นอัตราการเสียชีวิตที่สูงเป็นอันดับ 1ในเอเชีย โดย 74% ของการเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ และเป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-29 ปี ที่เสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เนื่องจากเยาวชนเหล่านี้ คือ กำลังหลักของอนาคตในการช่วยกำหนดทิศทางและพัฒนาประเทศ

ด้วยเหตุนี้เอง เชลล์จึงได้เดินหน้าโครงการ “We Power Rosd Safety Digital Creator” ที่เป็นการสานต่อ “โครงการปลอดภัยทุกย่างก้าวจากบ้านถึงโรงเรียน (School Road Safety)” ซึ่งเป็นโครงการนำร่องร่วมกับโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ตั้งแต่ปี 2559 ถึงพฤศจิกายน 2561 ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการผลักดันให้เกิดความตระหนักรู้และสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน

โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง “รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ซึ่งได้รายงานความสำเร็จของโครงการว่า ด้วยความร่วมมือของครู ผู้ปกครอง และนักเรียนผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 2,000 คน ทั้งยังได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าประทับใจจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านความปลอดภัยของทุกคนมากขึ้น

ดูคลิป

 


สำหรับการแข่งขัน “We Power Rosd Safety Digital Creator” เป็นโครงการที่มุ่งการสร้างการรับรู้และปลูกฝังมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนผ่านการสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ในรูปแบบแอปพลิเคชั่น เกมส์ แอนิเมชัน หรือหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ (E-Learning) เพื่อให้โรงเรียนและชุมชนรอบข้างสามารถนำไปใช้งานจริงในอนาคต โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา นักพัฒนาซอฟต์แวร์ สตาร์ทอัพ ผู้ผลิตเกม รวมถึงบุคคลทั่วไป ได้นำเอาองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาคิดค้น สร้างสรรค์ และพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม – 6 มีนาคม 2562 โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นผลงานที่สร้างสรรค์เอง ไม่เลียนแบบหรือละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใด มีวัตถุประสงค์ รายละเอียดผลงาน ทีมงาน และต้นแบบที่ชัดเจน โดย 8 ทีมที่ได้คัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท และเข้าร่วมกิจกรรม Road Safety Bootcamp เป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อรับรายละเอียดในการพัฒนาคอนเทนต์อย่างเต็มรูปแบบ และจะประกาศรางวัลชนะเลิศในเดือนเมษายน 2562 และผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลมูลค่า 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับรางวัล 30,000 บาท ที่สำคัญผลงานของผู้ชนะจะถูกนำไปใช้ในการส่งเสริมความปลอดภัยให้กับเยาวชนในโรงเรียนทั่วประเทศ

ถึงตรงนี้ “อัษฎา” บอกว่า เชลล์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ We Power Rosd Safety Digital Creator จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่านการนำเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรม และขับเคลื่อนวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนชาวไทยอย่างยั่งยืน

อันสอดคล้องกับทิศทางของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการพัฒนาคนด้วยทักษะด้านดิจิทัลให้เตรียมพร้อมสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต


โปรดแสดงความคิดเห็น