โครงการก่อน 15 ปีไม่ขี่มอเตอร์ไซค์

823539_683386058376271_7562847841571383656_o

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2557
ณ เจ้าสำราญ บีช รีสอร์ท (ชะอำ) จ.เพชรบุรี


โรงเรียนนำเสนอผลงาน #ก่อน 15 ไม่ขี่
-คณะกรรมการ (commentator)
ได้แก่ อ.ปรีชา อ.ประจวบ อ.วุฒิพงษ์

ที่มาและแนวคิด

…หลายคนรู้ว่า “มอเตอร์ไซค์เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ในกลุ่มเด็กที่ตายจากอุบัติเหตุทางถนน”

…หลายคนยอมรับว่า “เด็กอายุไม่ถึง 15 ปี ยังขาดวุฒิภาวะและทักษะการขับขี่มอเตอร์ไซค์ รวมถึงอายุไม่ถึงเกณฑ์ทำใบขับขี่”

…หลายคนบอกว่า “ไม่มีทางห้ามเด็กอายุไม่ถึง 15 ปีขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนได้หรอก เพราะมันจำเป็น”

…แต่เราเชื่อว่า “มันมีทางเป็นไปได้” ด้วยฝีมือเด็กและเยาวชน

…และเรากำลังค้นหาว่า วิธีการใดที่จะทำให้เด็กและเยาวชน(อายุต่ำกว่า 15 ปี) ลดความสนใจ และชะลอการเริ่มเป็นผู้ขับขี่ ส่งผลให้ลดอัตราการบาดเจ็บและตายจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในเด็กกลุ่มนี้

ข้อมูลปี 2554 พบว่าเด็กวัยรุ่น (10-14ปี) เป็นกลุ่มที่มีอัตราการตายจากการบาดเจ็บสูงกว่ากลุ่มเด็กที่อายุน้อยกว่าทั้งหมด (25/100000) และเป็นกลุ่มอายุเดียวที่มีอัตราการตายจากการบาดเจ็บสูงขึ้น(ร้อยละ 21) ใน 12 ปีนี้ ในกลุ่มนี้อุบัติเหตุจราจรเป็นสาเหตุหลัก โดยมีแนวโน้มของอัตราการตายเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ล่าสุดอุบัติเหตุจราจรมีอัตราการตาย 7.72/100000 แต่การศึกษาจากโครงการพิเคราะห์เหตุการตายในเด็กฯ บ่งบอกว่าเพียงร้อยละ 50 เท่านั้นที่ถูกรายงานถูกต้อง อีกร้อยละ 50 ถูกรายงานในกลุ่มพยาธิสภาพที่ไม่บ่งบอกเหตุนำเดิม ดังนั้นอุบัติเหตุจราจรจึงเป็นเหตุนำการตายในเด็กที่อายุ 10 -14 ปีที่มีอัตราการตายคาดประมาณ 15/100000 จาก (ร้อยละ 60 ของการบาดเจ็บทั้งหมด)

จากข้อมูลระบบการเฝ้าระวังการบาดเจ็บ 28 โรงพยาบาลของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข เมื่อนำมาเปรียบเทียบคำนวณกับทะเบียนการตาย พบว่าการตายจากอุบัติเหตุจราจรในเด็กน้อยกว่า 15 ปี ในปี 2554 มีจำนวนรวมทั้งประเทศเท่ากับ 614 ราย เ ป็นการขับขี่ 208 ราย และเป็นการโดยสาร 285 ราย ร้อยละ 85 ของผู้ขับขี่เป็นการขับขี่รถจักรยานยนต์ คิดเป็น 178 ราย และร้อยละ 57 ของผู้โดยสารเป็นการโดยสารรถจักรยานยนต์คิดเป็น 164 ราย รวมแล้วเป็น 342/614 ราย (ร้อยละ 56)

การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในเด็กน้อยกว่า 15 ปี ในปี 2554 มีจำนวนรวมทั้งประเทศเท่ากับ 15,577 ราย เป็นการขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์คิดเป็น 11,593 ราย (ร้อยละ 74) เป็นการขับขี่รถจักรยานยนต์ 5,913 ราย (ร้อยละ 73) และเป็นการโดยสารรถจักรยานยนต์ 5,680 ราย (ร้อยละ 70) การสำรวจในปี 2556 พบว่าเด็ก ป.6 ขับขี่มอเตอร์ไซด์เป็นแล้ว 1,627 คน ใน 2,858 คน คิดเป็น ร้อยละ 56.9


>โรงเรียนนำเสนอผลงาน #ก่อน 15 ไม่ขี่

สรุปได้ว่าเหตุนำการตายในเด็กอายุ 10-14 ปี คือ การขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อนวัยอันควร หากเด็กกลุ่มนี้ปฏิบัติตามกฎหมายคือไม่ขับขี่ จะลดการตายของอุบัติเหตุจราจรได้ ร้อยละ 29 และลดอัตราการตายบาดเจ็บที่ไม่ตายลงได้ร้อยละ 38

เพื่อเฟ้นหาวิธีการนำไปสู่การลดการขับขี่ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี ศูนย์วิจัยฯ ได้เปิดรับสมัคร และประกวดคัดเลือกโครงการ “ก่อนครบ 15 ปี ไม่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ..ทำได้จริง!” จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3)

เพื่อชิงทุนสนับสนุนการทำโครงการ (ทุนละไม่เกิน 20,000 บาท) โดยเป็นโครงการมุ่งเน้นการลดการขับขี่มอเตอร์ไซค์ไป-กลับโรงเรียนในกลุ่มนักเรียนอายุไม่ถึง 15 ปี และได้รับการตอบรับที่ดีจากโรงเรียนในทุกภูมิภาคที่สนใจและต้องการเห็นการลดลงของอัตราบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการใช้มอเตอร์ไซค์ในกลุ่มเด็กอายุไม่ถึง 15ปี และได้จัดโครงการค่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 1 “ก่อนครบ 15ปีไม่ขับขี่มอเตอร์ไซค์” จัดแบ่งเป็น 4 โซน 4 ภูมิภาค ได้แก่ โซน1 (ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคกลาง) โซน2 (ภาคตะวันออก) โซน3 (ภาคอีสาน) และโซน4 (ภาคใต้) เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน(เจ้าของโครงการ) ได้นำเสนอโครงการของตน นำไปสู่การพัฒนาโครงการร่วมกัน เสริมสร้างทักษะ และทำข้อตกลงการสนับสนุนทุนดำเนินการ ส่งผลให้โรงเรียนมีความเข้าใจในการทำโครงการมากขึ้น และหลังจากที่ทุกโรงเรียนดำเนินการโครงการของตนเองเสร็จสิ้น ก็จะเข้าสู่กิจกรรมการแชร์ประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในค่ายครั้งที่ 2 ในครั้งนี้


วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้นักเรียน(เจ้าของโครงการ) ได้นำเสนอผลโครงการของตน นำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกัน

2. เพื่อค้นหากลยุทธ์และวิธีการใหม่ๆ ในการลดการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไป-กลับโรงเรียน โดยศึกษาจากผลของโครงการของนักเรียน

3. เพื่อให้นักเรียนได้เสนอแนวคิดและความต้องการ นำไปสู่แนวทางสานต่อโครงการ #ก่อน15ไม่ขี่ ในเฟสถัดไป และเสนอต่อผู้เกี่ยวข้อง

4. เพื่อสนับสนุนการรวมตัวของเยาวชนกลุ่มนี้จัดตั้งเป็นชมรม #ก่อน15ไม่ขี่ โดยมีระบบเชื่อมโยงกลุ่มให้เหนียวแน่น

10295110_683434861704724_6578810843128234777_o

> album: โรงเรียนนำเสนอผลงาน #ก่อน 15 ไม่ขี่.



 > album: กิจกรรมปาร์ตี้ #ก่อน15ไม่ขี่ และ การประกวด “เดอะโว๊ยยย !”.


 

 

 

(8 พ.ค.2557) สอนสื่อ 4สมอง แก่..ครูศูนย์เด็กเล็ก 50เขต ใน กทม.

10333726_687331074648436_5297475663723408383_o

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.57 ทีมงานศูนย์วิจัยฯและกรมพัฒนาสังคม
ร่วมจัดอบรมให้ความรู้แก่ครูศูนย์เด็กเล็ก 50เขต ใน กทม.

– บรรยายสิ่งของ..สมองเด็ก
– การสาธิต 4 สื่อสมอง

และแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นต่างๆ

ณ โรงแรมเอเชีย เขตราชเทวี กทม.

Untitlu album: สอนสื่อ4สมองแก่..ครูศูนย์เด็กเล็ก 50เขต ใน กทม.

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.57 ทีมงานศูนย์วิจัยฯและกรมพัฒนาสังคมร่วมจัดอบรมให้ความรู้แก่ครูศูนย์เด็กเล็ก 50เขต ใน กทม.- บรรยายส…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Thursday, May 8, 2014

(7 พ.ค. 57) บรรยายให้ความรู้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จาก 5 จังหวัด ( กทม.,อยุธยา,น่าน,บุรีรัมย์, พิจิตร)

10298110_686893134692230_8190902359397777634_o

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 57 เวลา 13.30 น.
ทีมงานศูนย์วิจัยฯ บรรยายให้ความรู้แก่
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จาก 5 จังหวัด ( กทม.,อยุธยา,น่าน,บุรีรัมย์, พิจิตร)

> play list สอนสื่อทั้งหมด

– บรรยายสิ่งของ..สมองเด็ก
– การสาธิต 4 สื่อสมอง

และแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นต่างๆ

ในงานการประชุมวิชาการอภิวัฒน์การเรียนรู้ สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย
จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 6 – 8 พ.ค. 57 โดย สสส.
ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 57 เวลา 13.30 น.ทีมงานศูนย์วิจัยฯ บรรยายให้ความรู้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จาก 5 จังหวัด ( กทม.,อยุธยา…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Wednesday, May 7, 2014

งานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (17 พ.ย. 2557 )

10284797_777382468976629_8406204116358524189_o

17 พ.ย. 2557

สคอ. ร่วมการประชุมเสวนาทางวิชาการในการจัดงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (World Day of Remembrance for Road Traffic Victims) ประจำปี 2557 หัวข้อ“ความเร็วคร่าชีวิต..จะยกระดับความปลอดภัยทางถนน..ลดวิกฤตความสูญเสียอย่างไร”ภาคีเครือข่ายจัดบูธนิทรรศการ ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด
ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สสส. อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซอยงามดูพลี เขตสาทร กรุงเทพฯ

1553350_777382108976665_1874207915306901824_o

(17 พ.ย. 57) สคอ. ร่วมการประชุมเสวนาทางวิชาการในการจัดงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (World Day of…

โพสต์โดย ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2014

“รู้ ป้องกัน เฝ้าระวัง” สินค้าไม่ปลอดภัยกับ สคบ.

10156111_774132365968306_1118658475245454046_n

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “รู้ ป้องกัน เฝ้าระวัง” สินค้าที่ไม่ปลอดภัยกับ สคบ. จัดโดย ศูนย์เฝ้าระวังและพิสูจน์สินค้าที่ไม่ปลอดภัย ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์แจ้งวัฒนะ โดยดร.บัณฑิต ตั้งประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “ความร่วมมือกับอาเซียนด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้าที่ไม่ปลอดภัย” พร้อมด้วยนางสาวทรงศิริ จุมพล ผอ.การกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลากและ ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังและพิสูจน์สินค้าที่ไม่ปลอดภัย และนางสาวกุญชรี ธนารักษ์ ผอ.ฝ่ายประสานงานกับต่างประเทศ ร่วมบรรยายด้วย

Untitlu

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติกา…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Sunday, November 9, 2014

 

 

สารตะกั่วในสี ป้องกันเด็กไทยปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว

10655378_767459659968910_9202895352579804923_o

22 ตุลาคม 2557

สารตะกั่วในสี ป้องกันเด็กไทยปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว

กระทรวงสาธารณสุขจับมือกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมผลักดันมาตรฐานคุมสารตะกั่วในสีทาอาคาร ลดปัญหาพิษตะกั่วที่ต้นเหตุ นักวิจัยเผยผลสำรวจ 129 โรงงานสี พบผู้ประกอบการยินดีทำตามกฎหมายหากรัฐชัดเจนทางนโยบายและตรวจสอบลงโทษผู้ฝ่าฝืน

22 ต.ค. 2557 กิจกรรมสัปดาห์ป้องกันภัยจากพิษตะกั่ว ปี 2557 (Lead Poisoning Prevention Week of Action, Thailand 2014) ในหัวข้อ ‘ปกป้อง IQ เด็กไทย จากภัยสารตะกั่ว’ จัดโดยความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิบูรณะนิเวศ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ศูนย์วิจัยเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และแผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ห้องจักรพันธุ์ อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมรณรงค์ตลอดสัปดาห์ใน 30 กว่าประเทศทั่วโลก นำโดย “เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการเพิกถอนสารตะกั่วในสีทาอาคาร” (GAELP) ก่อตั้งโดยองค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
ดันทั่วโลกเลิกใช้สารตะกั่วผลิตสี ภายใน 6 ปี ข้างหน้า

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีเด็กป่วยด้วยโรคปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว กว่า 6 แสนคนทุกปีจากทั่วโลก และเด็กไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงจากภัยของพิษตะกั่วเช่นกัน ซึ่งแหล่งกำเนิดที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือ สารตะกั่วที่ผสมอยู่ในสีทาบ้านหรือสีตกแต่งอาคาร ซึ่งเด็กมักได้รับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายจากการกินแผ่นสีที่ลอกออกมา หรือฝุ่นสีที่หลุดร่อนจากผนังต่างๆ และไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ร่างกายของเด็กเล็กแตกต่างจากผู้ใหญ่คือ เด็กเล็กสามารถย่อยและดูดซึมสารตะกั่วได้ดีกว่าผู้ใหญ่ และเด็กยังเป็นวัยที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากสารตะกั่วจะเข้าไปทำลายเซลล์สมองของเด็กที่กำลังพัฒนา ซึ่งจะทำให้เด็กมีอาการผิดปกติทางสมองได้ แม้ได้รับสารตะกั่วในปริมาณเพียงเล็กน้อย

ดร.ลีวีอู เวดราสโก ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่าพิษตะกั่วเป็นต้นเหตุของปัญหาทางสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งโรคโลหิตจาง โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคของระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งพัฒนาการทางสติปัญญาบกพร่อง และความผิดปกติเชิงพฤติกรรม เช่น โรคสมาธิสั้น ทั้งที่พิษตะกั่วเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ด้วยเหตุนี้ องค์กรอนามัยโลกจึงต้องการให้ประเทศสมาชิกทุกแห่งยกเลิกการใช้สารตะกั่วในการผลิตสี

นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ตระหนักถึงอันตรายของสาระกั่วเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ให้สีเคลือบเงามีปริมาณสารตะกั่วได้ไหม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) จากเดิม 600 พีพีเอ็ม และขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงเป็นมาตรฐานบังคับด้านความปลอดภัยเรื่องโลหะหนักเป็นพิษ ซึ่งกำหนดให้มีสารตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม ไม่เกิน 100 พีพีเอ็ม ซึงเป็นไปตามพันธกิจของรัฐบาลไทยที่ได้ร่วมลงมติก่อตั้งเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิกถอนสารตะกั่วจากสี (GAELP) ในการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการสารเคมีอย่างปลอดภัย ครั้งที่ 2

1978449_767458543302355_4050315355987071948_o

“ผมยินดีอย่างยิ่งที่ทราบว่าองค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ได้ร่วมผลักดันและกำหนดเป้าหมายให้ยกเลิกการใช้สารตะกั่วในสีในทุกประเทศทั่วโลกภายใน พ.ศ. 2563 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

สารตะกั่วมักถูกใช้เป็นวัตถุดิบในสีน้ำมันทาอาคารและสีน้ำมันตกแต่ง โดยมักอยู่ในรูปของผงสีโทนสด เช่น สีเหลือง สีแดง สีเขียว ในบางกรณี สารตะกั่วยังถูกนำมาเป็นส่วนผสมของสารเร่งแห้งและสารเร่งปฏิกิริยาทางเคมี แต่เนื่องจากสารตะกั่วในสีเป็นต้นเหตุของโรคพิษตะกั่วในเด็กจำนวนมาก ปัจจุบัน รัฐบาลกว่า 40 ประเทศทั่วโลกมีกฎหมายเลิกใช้สารตะกั่วในสี และล่าสุด เมื่อธันวาคม 2556 ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ออกกฎหมายห้ามผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์สี บรรจุภัณฑ์อาหาร ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีสารตะกั่วเจือปน ภายในปี 2559
นักวิจัยเผยผลสำรวจ ชี้โรงงานสียินดีทำตามกฎหมายหากรัฐมีนโยบายชัด

นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานควบคุมปริมาณสารตะกั่วในสีน้ำมันทาอาคารตั้งแต่ปี 2538 อันเป็นปีเดียวกันที่ประเทศไทยออกกฎหมายเพิกถอนสารตะกั่วจากน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เนื่องจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์สีเป็นเพียงมาตรฐานสมัครใจ จึงทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตาม เกือบ 30 ปีต่อมา ผลการสำรวจสีน้ำมันทาอาคาร 120 ตัวอย่างโดยมูลนิธิบูรณะนิเวศเมื่อปี 2556 พบสีน้ำมันทาอาคารร้อยละ 79 มีสารตะกั่วปนเปื้อนสูงกว่ามาตรฐาน มอก. แบบสมัครใจ ซึ่งกำหนดให้มีสารตะกั่วเจือปนได้ไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม)

นอกจากนี้ พบผลิตภัณฑ์สีจำนวนมากที่แสดงฉลาก ‘ไร้สารตะกั่ว’ แต่ตรวจพบสารตะกั่วเจือปนสูง ตั้งแต่ 230 พีพีเอ็ม ถึง 56,000 พีพีเอ็ม

ดร.ปนันดา จันทร์สุกรี รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการสีขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 129 ราย พบว่าร้อยละ 95 ยินดียกเลิกใช้สารตะกั่วเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สีหากรัฐประกาศมาตรฐานบังคับ และผู้ประกอบการเล็งเห็นประโยชน์ของมาตรฐานบังคับว่าจะช่วยป้องกันผลกระทบทางสุขภาพต่อพนักงานและลูกค้า อีกทั้งจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสีเรียกร้องให้รัฐออกมาตรการที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากมาตรฐานสมัครใจไร้สภาพบังคับ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด มีบทลงโทษผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจากประเทศเพื่อนบ้าน
สธ.ร่วม อก.ดันกฎหมายคุมปริมาณสารตะกั่วในสี ลดปัญหาที่ต้นเหตุ

“ผมขอยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนามาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถปรับเปลี่ยนสู่การผลิตสียุคใหม่ที่ปลอดสารตะกั่ว” นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญและดำเนินการยกร่างมาตรฐานบังคับ เพื่อควบคุมปริมาณสารตะกั่วในผลิตภัณฑ์สีน้ำมันทาอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางขององค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ

“ผมหวังว่าการจัดกิจกรรมสัปดาห์ป้องกันภัยจากพิษตะกั่วในครั้งนี้ จะส่งผลให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนัก เข้าใจถึงอันตราย และร่วมมือดำเนินการผลักดันนโยบายควบคุมการใช้ตะกั่วในสีทาอาคารให้เป็นมาตรฐานบังคับในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นการควบคุมตะกั่วที่ต้นกำเนิด อันจะเป็นการป้องกันเด็กให้ห่างไกลพิษสารตะกั่ว มีต้นทุนสมองและต้นทุนสุขภาพที่ดีเป็นอนาคตของชาติต่อไป” นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว

10379858_767459989968877_5996310463280365297_o

นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เปิดเผยว่าที่ผ่านมามีการสำรวจศูนย์เด็กเล็ก 17 แห่งในกทม.ปรากฏว่าผนังของศูนย์เด็กเล็ก 9 ศูนย์จาก 17 ศูนย์มีสารตะกั่วเกินมาตรฐานเหตุผลที่ศูนย์ เลือกใช้สีน้ำมันเพราะเมื่อเวลาเด็กเขียนผนังสามารถลบออกง่าย อย่างไรก็ตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสีของศูนย์เด็กเล็กที่ใช้งบประมาณหลักแสนต่อหนึ่งแห่ง และพบว่าเด็กในเขตอุตสาหกรรมมีค่าสารตะกั่วในเลือดเกิน 10 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร นอกจากนี้ รร.ที่อยู่ในเขตระยะ 50 เมตรกับโรงงาน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ พบเด็ก70 คนมีสารตะกั่วสูงเกินกำหนดจากทั้ง 130 คน

นายชัยสิทธิ์ บุญกัน นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในการประชุมวันที่ 29 ต.ค.นี้ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจะพิจารณากำหนดให้สีตกแต่งและสีทาอาคารเป็นสินค้าควบคุมฉลาก เพื่อบังคับให้ภาชนะบรรจุสีแสดงข้อมูลปริมาณสารตะกั่วและคำแนะนำเรื่องอันตรายทางสุขภาพจากสารตะกั่ว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค

Untitlu

Wed, 2014-10-22 กระทรวงสาธารณสุขจับมือกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมผลักดันมาตรฐานคุมสารตะกั่วในสีทาอาคาร ลดปัญหาพิษตะกั่วที่ต…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, October 27, 2014

สารตะกั่วในเด็ก

 


 

รู้เท่าทัน สินค้าอันตราย

10582973_723898024325074_169901460559864092_o

กิจกรรมโครงการ “รู้เท่าทัน สินค้าอันตราย”
ดำเนินการโดย
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี
ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
ณ โรงเรียนวัดพระยายัง เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2557 เวลา 09.00 – 12.00 น.

กิจกรรมโครงการ “รู้เท่าทัน สินค้าอันตราย”ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับศู…

โพสต์โดย ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี บน 24 กรกฎาคม 2014

 

 

Nexcare First Aid Training

10404053_708677845847092_4270610513963221795_o

วันอาทิตย์ที่ 22 มิ.ย.2557

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ และทีมงานศูนย์วิจัยฯ
บรรยายในหัวข้อ อุบัติภัยใกล้ตัวลูกน้อยและกิจกรรมเวิร์คชอป
ในงาน Nexcare First Aid Training
ณ โรงเรียนสาธิต ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายประถม

Untitlu

วันอาทิตย์ที่ 22 มิ.ย.2557รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ และทีมงานศูนย์วิจัยฯบรรยายในหัวข้อ อุบัติภัยใกล้ตัวลูกน้อยแล…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Sunday, June 22, 2014

การละเลยต่อสิทธิความปลอดภัยในเด็กบนถนนจากการใช้รถจักรยานยนต์

วันที่ 2 พฤษภาคม 2556

การละเลยต่อสิทธิความปลอดภัยในเด็กบนถนนจากการใช้รถจักรยานยนต์ 

474634_522892471092298_1634295554_o

กำหนดการประชุมวิชาการประจำปี 2556
เรื่อง “44 ปี รามาธิบดี : วิถีแห่งการป้องกันโรคและสร้างเสริมสุขภาพ”
วันที่ 2 – 3 พฤษภาคม 2556
ณ ห้องประชุม 611 ชั้น 6
อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 เวลา10.00-12.00 น.

การละเลยต่อสิทธิความปลอดภัยในเด็กบนถนนจากการใช้รถจักรยานยนต์

โดย :
นายจุฬา ศัลยพงษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว
นพ.แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาต
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสร้างสุขภาพและกิจกรรมพิเศษ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

Untitlu

กำหนดการประชุมวิชาการประจำปี 2556 เรื่อง “44 ปี รามาธิบดี : วิถีแห่งการป้องกันโรคและสร้างเสริมสุขภาพ” วันที่ 2 – 3 พฤษ…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Thursday, May 2, 2013

 

สวมหมวกกันน๊อคกันเถอะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

พริกขี้หนู สู้ภัยชุมชน

11167681_1385308501797778_3022358026131729657_o

(29 เม.ย.2558) ศูนย์วิจัยฯร่วมกับชุมชนซอยแดงบุหงา เขตราชเทวี
และทหาร จากศูนย์ดำรงธรรม

เข้าร่วมงาน “สวมหมวกกันน๊อคกันเถอะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง”

วัตถุประสงค์

เพื่อขับเคลื่อนและขยายเครือข่าย ตรวจเยี่ยมชุมชน ผ่านกลยุทธการตรวจเยี่ยมชุมชน วิทยากรชุมชน โดยทีมวิทยากรประเด็น และผลักดันนโยบายท้องถิ่นและจังหวัด โดยพบปะผู้บริหารท้องถิ่น-จังหวัด

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ได้แนวทาง และข้อสรุปร่วมกัน เพื่อการเพื่อขับเคลื่อนและขยายเครือข่าย ตรวจเยี่ยมชุมชน ผ่านกลยุทธการตรวจเยี่ยมชุมชน วิทยากรชุมชน โดยทีมวิทยากรประเด็น และผลักดันนโยบายท้องถิ่นและจังหวัด โดยพบปะผู้บริหารท้องถิ่น-จังหวัด

11154740_1385308781797750_4289986458553257397_o

 

 

 

11203542_1385309005131061_5117475447999971779_o

ซึ่งเป็นการจัดงานโดย กลุ่ม พริกขี้หนู สู้ภัยชุมชน

Untitlu >> album: สวมหมวกกันน๊อคกันเถอะ.

(29 เม.ย.2558) ศูนย์วิจัยฯร่วมกับชุมชนซอยแดงบุหงา เขตราชเทวี และกองทัพ จากศูนย์ดำรงธรรมเข้าร่วมงาน “สวมหมวกกันน๊อคกั…

Posted by พริกขี้หนู สู้ภัยชุมชน on Wednesday, April 29, 2015