(10 มีนาคม 2557) งานประชุมวิชาการ “ปัญหาใหญ่สุขภาพเด็กไทยที่ถูกละเลย”

10015038_660086180706259_294820811_o

ปัญหาใหญ่ สุขภาพเด็กไทย ที่ถูกละเลย

“เด็กไทย กับ ไอที
หยุด..ทำลายสมองเด็กด้วย ไอที !!!”

10 มีนาคม 2557 ณ โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซ่า

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดงานประชุมวิชาการ เรื่อง ปัญหาใหญ่สุขภาพเด็กไทยที่ถูกละเลย // ในประเด็น “ เด็กไทย กับ ไอที !!! ”

รศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี กุมารแพทย์ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กของโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีรุดหน้าไปเร็ว มีทั้งผลดีและไม่ดี โดยเฉพาะกับเด็ก เช่น เฟสบุค ไลน์ เกมส์ พบว่าเด็กใช้มาก ใช้ฟุ่มเฟือย เด็กเข้าถึงง่าย จนก่อให้เกิดปัญหาตามมา เช่น เกิดภาวะเสพติดการใช้จนมีผลเสียต่อพัฒนาการ การเรียน และสุขภาพ social media เหล่านี้ยังเป็นช่องทางก่อให้เกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการถูกล่อลวง หรือเด็กเองทะเลาะกันระหว่างกลุ่มจากความไม่พอใจที่ต่อว่ากันทางsocial media นำไปสู่การยกพวกตบตีล้างแค้นกัน ฯลฯ
การเสพติดเกม ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญและเป็นปัญหาทีเด็กทั่วโลกเผชิญ จากผลวิจัยพบว่า เด็กที่ติดเกมจะมีภาวะจิตใจพึ่งพิง มีความสุขกับการเล่นจนไม่อยากเลิก ต้องการเล่นมากขึ้น ไม่สนใจกิจวัตรประจำวันเช่นอดกิน อดนอน จนเสียสุขภาพ และจะโกรธ ก้าวร้าว เกมเหล่านี้ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญหลายด้านให้ผู้เล่นอยากเล่น มีลูกเล่นมากมายให้ผู้เล่นติดพัน นอกจากนั้นบางเกมเนื้อหายังก่อให้เกิดความหมกมุ่นในความรุนแรง เพศ ผลการตรวจ functional MRI ของสมองเด็กติดเกมพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมองมีการเชื่อมโยงลดลง ความจำลดลง ไอคิวลดลง ฯลฯ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่ใช้สื่อหน้าจอทุกชนิดเลยไม่ว่าจะเป็นทีวี คอมพิวเตอร์ เด็ก 3 ปีขึ้นไปใช้ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน เด็ก 13 ปีถึงควรใช้ social media อย่างไรก็ตามพ่อแม่ก็ควรแนะนำการใช้อย่างใกล้ชิด และวางกฎการใช้อย่างปลอดภัยร่วมกันเสียแต่แรกด้วยเช่นการไม่เปิดเผยชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรให้คนไม่รู้จักกันผ่านทาง social media

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก กล่าวว่า ประเทศเกาหลี จีนซึ่งเป็นผู้ออกแบบและขายเกมรายใหญ่ของโลก มีปัญหาเด็กติดเกมอย่างหนัก มีการแก้ปัญหาโดยการตั้งคลินิก ค่าย บำบัดเด็กติดเกม แต่นั่นก็เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และก็ไม่ง่ายที่จะทำให้สำเร็จ ดังนั้นการป้องกันที่ต้นเหตุน่าจะเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน โดยเน้นมาตรการควบคุมเนื้อหาและควบคุมเวลาการใช้งาน นอกจากเราต้องให้ความรู้ครอบครัวและเด็กในการรู้เท่าทันและป้องกันตนเองจากสื่อร้ายกาจเหล่านี้ เราควรเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองไม่ให้ผู้ผลิตเกมต่างๆใช้กลไกการตลาดอย่างเสรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 13 ปีต้องได้รับการปกป้องไม่ให้เป็นเหยื่อของการตลาด ส่วนเด็กโตต้องช่วยกันเสริมความสามารถในการรู้เท่าทันด้วยตนเอง นอกจากนั้นผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเกม ผู้ผลิตเคริ่องมือสื่อสารต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ในประเทศพัฒนาผู้ผลิตเหล่านี้มีส่วนร่วมจ่ายในการคิดค้น พัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยสำหรับเด็กและครอบครัวทั้งของทีวี โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เช่น ทีวีรุ่นใหม่ใส่ชิพเรียก V-Chip ทำงานร่วมกับการเรทติงรายการต่างๆตามอายุเด็กและใส่โค๊ดตามเรทติงที่ได้ลงไปในสัญญาณการออกอากาศ ในบ้านที่มีเด็ก ผู้ใหญ่จะตั้งรหัสที่ให้เวลาที่เด็กดูทีวีกับครอบครัวเชิพนี้ทำงาน รายการที่ปรากฏก็จะเป็นรายการที่เหมาะสมสำหรับเด็กด้วยเท่านั้น นอกจากนั้นยังมี เครื่องที่เรียกว่า TV GUARDIAN ใช้คัดกรอง ตัดคำพูดหยาบคายออก เครื่อง TV TIMER ใช้จำกัดเวลาของสื่อหน้าจอทุกอย่างในบ้านไม่ว่าจะเป็นทีวี คอมพิวเตอร์ ให้เด็กใช้ได้ไม่เกินเวลาที่เรากำหนดเช่น 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อวัน ในโทรศพท์มีการพัฒนา child safety mode ในรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น Samsung หรือ nokia จะมี internet filter คือคัดกรอง เวปไซต์ลามก หยาบคาย เกม หรือ การใช้social media ที่ไม่เหมาะสมตามอายุเด็ก บางค่ายมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ช่วยทำงานดังกล่าว รวมทั้งสามารถควบคุมเวลาการใช้งานของเด็กไม่ให้เกินคำแนะนำการใช้ตามอายุของเด็ก99ได้ด้วย .oFmiLyrmNRating Internet Filter (การใช้เรทติ้งกำหนดอายุเด็กในการชมสื่อ) รวมถึง Application ต่างๆ ในมือถือ เช่น Kid Mode ฯลฯ ซึ่งประเทศไทยก็มีความพยายามทำในเรื่องเหล่านี้อยู่
ในส่วนการดูแลเด็ก การให้ความรู้ครอบครัว ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์จะเผยแพร่ความรู้ผ่านช่องทางต่างๆต่อไป แต่ในส่วนการสร้างกลไกการตลาดที่มีคุณธรรม การค้าขายที่คำนึงถึงสิทธิความปลอดภัยของเด็กนั้น ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์เรียกร้องให้ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงไอซีที เร่งทำเรื่องเรทติงเกม เวปไซท์ รายการทีวี และภาพยนตร์ และหามาตรการให้ผู้ผลิตสร้างเทคโนโลยีต่างๆใส่เข้าไปในเครื่องมือสื่อสาร และใส่ในระบบอินเทอร์เนตให้สอดคล้องกับการเรทติงตามอายุ เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ในการดูแลลูกในครัวเรือน รวมทั้งใช้เทคโนโลยีนี้ในการควบคุมร้านเกม หรือคอมพิวเตอร์ของห้องสมุด ของโรงเรียนต่างๆด้วย และเพื่อให้การตลาดของเครื่องมือสื่อสารเป็นการตลาดที่สะอาด ไม่ค่าขายเอากำไรกับเด็กอย่างไม่มีคุณธรรม นางยุพา ทวีวัฒนธกิจบวร (กระทรวงวัฒนธรรม) กล่าวว่า …. ขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้ทำโปรแกรมคัดกรองเกมไม่เหมาะสม สำหรับครัวเรือนเรียกว่า Healthy Gamer พ่อแม่ที่สนใจขอรับได้ที่กระทรวง แต่ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมคัดกรองในการควบคุมร้านเกม

Untitlu album: งานประชุมวิชาการ “ปัญหาใหญ่สุขภาพเด็กไทยที่ถูกละเลย”

ปัญหาใหญ่ สุขภาพเด็กไทย ที่ถูกละเลย “เด็กไทย กับ ไอที หยุด..ทำลายสมองเด็กด้วย ไอที !!!”10 มีนาคม 2557 ณ โรงแรมแม่น…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, March 10, 2014

01 ธันวาคม 2557 ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์

1900227_783899154991627_6163103607233255465_o

แถลงข่าว

ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์!!
Thai –German Graduate School of Engineering (TGGS) และ ASEAN -NCAP ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

โดย รศ ดร จุฬาลักษณ์ ค้าไม้
รศ ดร สายประสิทธิ์ เกิดนิยม
และ รศ นพ อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์

“ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์!!”

อุบัติเหตุจราจรเป็นเหตุนำการตายลำดับสองของเด็กไทย เช่นเดียวกับประเทศในอาเซีย
จากการศึกษาการตายในเด็กโดยศูนย์วิจัยความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
พบว่าใน 12 ปีหลังนี้ เด็กไทยอายุน้อยกว่า 15 ปีตายจากอุบัติเหตุจราจรจำนวน 12941 คน
เฉลี่ยปีละ 1078 คน หรือวันละ3 คน โดยเป็นเด็กกลุ่มอายุ 10-14ปี 570 คน และเป็นเด็กปฐมวัย และวัย 5-9 ปี อย่างละ 250คนต่อปี

แม้พบว่าแนวโน้มการตายของเด็กจากอุบัติเหตุรถยนต์ลดลงจากปีละ 1100 คน
เหลือ 960 คนในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา แต่พบว่าการตายจากสาเหตุรถยนต์มีสัดส่วนสูงขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลวันหยุดยาว ในประเทศอาเซียนพบเช่นเดียวกันว่า

ในประเทศที่เศรษฐกิจดีขึ้นสัดส่วนการตายจากรถยนต์จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นตามการใช้งาน และถนนหนทางที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วพบว่ามาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ ระบบการดูแลความปลอดภัยเด็กในรถยนต์ของประเทศเรา
และประเทศในอาเซียนยังมีความไม่เท่าทันทางเทคโนโลยีความปลอดภัยอยู่มาก
เด็กในแถบบ้านเราไม่มีโอกาสที่ดีที่จะได้รับเทคโนโลยีความปลอดภัยเมื่อเทียบกับเด็กทางตะวันตก
อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง ASEAN NCAP (NEW CAR ASSSESMENT PROGRAM)
โปรแกรมการประเมินรถยนต์ใหม่ของประเทศในอาเซียน

ผลการศึกษาพบข้อเตือนใจประชาชน ผู้ปกครองชาวไทย ชาวอาเซียน ว่า
รถยนต์เหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน การดูแลความปลอดภัยเด็กต้องเลือกรถยนต์ด้วยความรู้ไม่ให้บริษัทผู้ค้าปิดบังข้อมูลสำคัญได้
ต้องเลือกรถยนต์ที่มีผลการประเมินความปลอดภัยเด็ก (COP: child occupant protection)
ระดับห้าดาว ต้องรู้เรื่องการใช้อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย และต้องมีรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์เหล่านั้นทั้งการใช้ระบบภาษี
หรือการสนับสนุนการผลิตการจัดจำหน่ายในราคาถูก
การแถลงข่าวเปิดเผยผล COP สำหรับการพิจารณาเลือกใช้รถยนต์แบบครอบครัว
และคำแนะนำการใช้อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ รวมทั้งข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปีใหม่ทุกปี 10 วันอันตรายจะมีเด็กตายเฉลี่ย 37 คน แล้วปีนี้เราจะลดการตายได้หรือไม่
จะมีการใช้ที่นั่งนิรภัยเพิ่มเติมหรือไม่ จะมีรถยนต์ที่ไม่ผ่าน COP เป็นเหตุให้เด็กตายอีกหรือไม่

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2557 เวลา 11.40-12.30 ห้อง Phoenix room1 ชั้น1 IMPACT Exhibition Center เมืองทองธานี

Untitlu

แถลงข่าว ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์!! Thai –German Graduate School of Engineering (TGGS) แ…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, December 1, 2014

 

 

Pediatric Environmental Health

10683402_954973574543610_1721879419482367747_o

21 เมษายน 2558

สัมมนา สารพิษ ตะกั่ว ปรอท เหมืองทอง ที่กระทบต่อเด็กไทย

การประชุม Pre-Congress Scientific program

เรื่อง Pediatric Environmental Health
โดยราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และ คณะอนุกรรมการ Child’s Advocacy

> งานนำเสนอPowerPoint

11147147_858941594154049_4767798950357472549_o

วันที่ 21 เมษายน 2558 เวลา 08.00 – 15.30 น
ห้องประชุมสยาม 1-2 อาคารสยามบรมราชกุมารี ชั้น 7 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
08.00 – 08.30 น ลงทะเบียน
08.30 – 08.40 น. ( 10 นาที ) พิธีเปิดกล่าวเปิดงาน และต้อนรับ นโยบายราชวิทยาลัย และการจัดตั้ง มูลนิธิสุขภาพเด็ก
รศ.พญ.ชลีรัตน์ ดิเรกวัฒนชัย
08.40 – 09.30 น. ( 50 นาที ) Situation of environmental health problems in Thai children รศ.พญ.ชลีรัตน์ ดิเรกวัฒนชัย : ประธาน
o global situation ( 10 นาที )
ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์
o บทบาทกุมารแพทย์และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพเด็กในอดีต ( 10 นาที )
อ.พญ.รัตโนทัย พลับรู้การ
o สถานการณ์ปญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพเด็กไทย ( 25 นาที )
ดร.นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์
ถามตอบ ( 5 นาที )
09.30 – 10.15 น. ( 45 นาที ) Lead poisoning และสถานการณ์เด็กในเขตอุตสาหกรรม
o Lead poisoning แนวทางการดูแลรักษาของราชวิทยาลัย และสถานการณ์เด็กในเขตเมือง ( 30 นาที )
อ.พญ.นัยนา ณีศะนันทน์
o สถานการณ์เด็กในเขตอุตสาหกรรม สารตะกั่วในของเล่น และในสีทาบ้านและบทบาทของกุมารแพทย์ ( 15 นาที )
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
10.15 – 10.30 น. รับประทานอาหารว่าง
10.30 -11.15 น. ( 45 นาที ) Arsenic and manganese poisoning และสถานการณ์เด็กรอบพื้นที่เหมืองทอง
อ.พญ.รัชนีวรรณ สินิทธ์กุล
11.15 – 12.00 น. ( 45 นาที ) Indoor air pollution และสถานการณ์ในเด็กไทย
อ.พญ.สุวรรณี อุทัยแสงสุข อ.พญ.รัชนีวรรณ สินิทธ์กุล
12.00 -13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 13.45 น. ( 45 นาที ) Endocrine disrupter และสถานการณ์ BPA ในประเทศไทย
อ.พญ.รัชดา เกษมทรัพย์ ผศ.นพ.วิชิต สุพรศิลป์ชัย
13.45 -14.30 น. ( 45 นาที ) Mercury poisoning และ สถานการณ์ห่วงโซ่อาหารรอบพื้นที่อุตสาหกรรม
อ.นพ.วรพันธ์ เกรียงสุนทรกิจ
คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ
14.30-15.30 น. ( 60 นาที ) The steps to develop Pediatric environmental health system in Thailand
ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ : ประธาน
รศ.พญ.ชลีรัตน์ ดิเรกวัฒนชัย ดร.นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ อ.พญ.รัตโนทัย
พลับรู้การ
15.30 น. ปิดการประชุม

11114045_858940224154186_1987229109186569550_o11174643_858939470820928_622510624528126489_o

Untitlu

21 เมษายน 2558สัมมนา สารพิษ ตะกั่ว ปรอท เหมืองทอง ที่กระทบต่อเด็กไทยการประชุม Pre-Congress Scientific programเรื่อ…

Posted by CSIP ภัยสารเคมีและสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อเด็ก on Tuesday, April 21, 2015

 

 

 

 

“มลพิษอุตสาหกรรม กฎหมาย และสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของชุมชน”

11088564_847095345338674_3657656040863401583_n

30 มีนาคม 2558

ทีมงานศูนย์วิจัยฯเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงข้อมูลมลพิษ

เรื่อง “มลพิษอุตสาหกรรม กฎหมาย และสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของชุมชน”
เมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2558
ณ โรงแรมริชมอนด์ ถ. รัตนาธิเบศร์ อ. เมือง จ.นนทบุรี

เอกสารประกอบการสัมมนา >
http://thaiecoalert.org/th/document/72

Untitlu

ทีมงานศูนย์วิจัยฯเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงข้อมูลมลพิษ เรื่อง “มลพิษอุตสาหกรรม กฎหมาย และสิทธิการเข้า…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Tuesday, March 31, 2015

 

 

สารตะกั่วในสี ป้องกันเด็กไทยปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว

10655378_767459659968910_9202895352579804923_o

22 ตุลาคม 2557

สารตะกั่วในสี ป้องกันเด็กไทยปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว

กระทรวงสาธารณสุขจับมือกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมผลักดันมาตรฐานคุมสารตะกั่วในสีทาอาคาร ลดปัญหาพิษตะกั่วที่ต้นเหตุ นักวิจัยเผยผลสำรวจ 129 โรงงานสี พบผู้ประกอบการยินดีทำตามกฎหมายหากรัฐชัดเจนทางนโยบายและตรวจสอบลงโทษผู้ฝ่าฝืน

22 ต.ค. 2557 กิจกรรมสัปดาห์ป้องกันภัยจากพิษตะกั่ว ปี 2557 (Lead Poisoning Prevention Week of Action, Thailand 2014) ในหัวข้อ ‘ปกป้อง IQ เด็กไทย จากภัยสารตะกั่ว’ จัดโดยความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิบูรณะนิเวศ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ศูนย์วิจัยเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และแผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ห้องจักรพันธุ์ อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมรณรงค์ตลอดสัปดาห์ใน 30 กว่าประเทศทั่วโลก นำโดย “เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการเพิกถอนสารตะกั่วในสีทาอาคาร” (GAELP) ก่อตั้งโดยองค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
ดันทั่วโลกเลิกใช้สารตะกั่วผลิตสี ภายใน 6 ปี ข้างหน้า

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีเด็กป่วยด้วยโรคปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว กว่า 6 แสนคนทุกปีจากทั่วโลก และเด็กไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงจากภัยของพิษตะกั่วเช่นกัน ซึ่งแหล่งกำเนิดที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือ สารตะกั่วที่ผสมอยู่ในสีทาบ้านหรือสีตกแต่งอาคาร ซึ่งเด็กมักได้รับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายจากการกินแผ่นสีที่ลอกออกมา หรือฝุ่นสีที่หลุดร่อนจากผนังต่างๆ และไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ร่างกายของเด็กเล็กแตกต่างจากผู้ใหญ่คือ เด็กเล็กสามารถย่อยและดูดซึมสารตะกั่วได้ดีกว่าผู้ใหญ่ และเด็กยังเป็นวัยที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากสารตะกั่วจะเข้าไปทำลายเซลล์สมองของเด็กที่กำลังพัฒนา ซึ่งจะทำให้เด็กมีอาการผิดปกติทางสมองได้ แม้ได้รับสารตะกั่วในปริมาณเพียงเล็กน้อย

ดร.ลีวีอู เวดราสโก ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่าพิษตะกั่วเป็นต้นเหตุของปัญหาทางสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งโรคโลหิตจาง โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคของระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งพัฒนาการทางสติปัญญาบกพร่อง และความผิดปกติเชิงพฤติกรรม เช่น โรคสมาธิสั้น ทั้งที่พิษตะกั่วเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ด้วยเหตุนี้ องค์กรอนามัยโลกจึงต้องการให้ประเทศสมาชิกทุกแห่งยกเลิกการใช้สารตะกั่วในการผลิตสี

นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ตระหนักถึงอันตรายของสาระกั่วเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ให้สีเคลือบเงามีปริมาณสารตะกั่วได้ไหม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) จากเดิม 600 พีพีเอ็ม และขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงเป็นมาตรฐานบังคับด้านความปลอดภัยเรื่องโลหะหนักเป็นพิษ ซึ่งกำหนดให้มีสารตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม ไม่เกิน 100 พีพีเอ็ม ซึงเป็นไปตามพันธกิจของรัฐบาลไทยที่ได้ร่วมลงมติก่อตั้งเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิกถอนสารตะกั่วจากสี (GAELP) ในการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการสารเคมีอย่างปลอดภัย ครั้งที่ 2

1978449_767458543302355_4050315355987071948_o

“ผมยินดีอย่างยิ่งที่ทราบว่าองค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ได้ร่วมผลักดันและกำหนดเป้าหมายให้ยกเลิกการใช้สารตะกั่วในสีในทุกประเทศทั่วโลกภายใน พ.ศ. 2563 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

สารตะกั่วมักถูกใช้เป็นวัตถุดิบในสีน้ำมันทาอาคารและสีน้ำมันตกแต่ง โดยมักอยู่ในรูปของผงสีโทนสด เช่น สีเหลือง สีแดง สีเขียว ในบางกรณี สารตะกั่วยังถูกนำมาเป็นส่วนผสมของสารเร่งแห้งและสารเร่งปฏิกิริยาทางเคมี แต่เนื่องจากสารตะกั่วในสีเป็นต้นเหตุของโรคพิษตะกั่วในเด็กจำนวนมาก ปัจจุบัน รัฐบาลกว่า 40 ประเทศทั่วโลกมีกฎหมายเลิกใช้สารตะกั่วในสี และล่าสุด เมื่อธันวาคม 2556 ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ออกกฎหมายห้ามผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์สี บรรจุภัณฑ์อาหาร ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีสารตะกั่วเจือปน ภายในปี 2559
นักวิจัยเผยผลสำรวจ ชี้โรงงานสียินดีทำตามกฎหมายหากรัฐมีนโยบายชัด

นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานควบคุมปริมาณสารตะกั่วในสีน้ำมันทาอาคารตั้งแต่ปี 2538 อันเป็นปีเดียวกันที่ประเทศไทยออกกฎหมายเพิกถอนสารตะกั่วจากน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เนื่องจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์สีเป็นเพียงมาตรฐานสมัครใจ จึงทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตาม เกือบ 30 ปีต่อมา ผลการสำรวจสีน้ำมันทาอาคาร 120 ตัวอย่างโดยมูลนิธิบูรณะนิเวศเมื่อปี 2556 พบสีน้ำมันทาอาคารร้อยละ 79 มีสารตะกั่วปนเปื้อนสูงกว่ามาตรฐาน มอก. แบบสมัครใจ ซึ่งกำหนดให้มีสารตะกั่วเจือปนได้ไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม)

นอกจากนี้ พบผลิตภัณฑ์สีจำนวนมากที่แสดงฉลาก ‘ไร้สารตะกั่ว’ แต่ตรวจพบสารตะกั่วเจือปนสูง ตั้งแต่ 230 พีพีเอ็ม ถึง 56,000 พีพีเอ็ม

ดร.ปนันดา จันทร์สุกรี รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการสีขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 129 ราย พบว่าร้อยละ 95 ยินดียกเลิกใช้สารตะกั่วเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สีหากรัฐประกาศมาตรฐานบังคับ และผู้ประกอบการเล็งเห็นประโยชน์ของมาตรฐานบังคับว่าจะช่วยป้องกันผลกระทบทางสุขภาพต่อพนักงานและลูกค้า อีกทั้งจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสีเรียกร้องให้รัฐออกมาตรการที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากมาตรฐานสมัครใจไร้สภาพบังคับ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด มีบทลงโทษผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจากประเทศเพื่อนบ้าน
สธ.ร่วม อก.ดันกฎหมายคุมปริมาณสารตะกั่วในสี ลดปัญหาที่ต้นเหตุ

“ผมขอยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนามาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถปรับเปลี่ยนสู่การผลิตสียุคใหม่ที่ปลอดสารตะกั่ว” นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญและดำเนินการยกร่างมาตรฐานบังคับ เพื่อควบคุมปริมาณสารตะกั่วในผลิตภัณฑ์สีน้ำมันทาอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางขององค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ

“ผมหวังว่าการจัดกิจกรรมสัปดาห์ป้องกันภัยจากพิษตะกั่วในครั้งนี้ จะส่งผลให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนัก เข้าใจถึงอันตราย และร่วมมือดำเนินการผลักดันนโยบายควบคุมการใช้ตะกั่วในสีทาอาคารให้เป็นมาตรฐานบังคับในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นการควบคุมตะกั่วที่ต้นกำเนิด อันจะเป็นการป้องกันเด็กให้ห่างไกลพิษสารตะกั่ว มีต้นทุนสมองและต้นทุนสุขภาพที่ดีเป็นอนาคตของชาติต่อไป” นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว

10379858_767459989968877_5996310463280365297_o

นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เปิดเผยว่าที่ผ่านมามีการสำรวจศูนย์เด็กเล็ก 17 แห่งในกทม.ปรากฏว่าผนังของศูนย์เด็กเล็ก 9 ศูนย์จาก 17 ศูนย์มีสารตะกั่วเกินมาตรฐานเหตุผลที่ศูนย์ เลือกใช้สีน้ำมันเพราะเมื่อเวลาเด็กเขียนผนังสามารถลบออกง่าย อย่างไรก็ตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสีของศูนย์เด็กเล็กที่ใช้งบประมาณหลักแสนต่อหนึ่งแห่ง และพบว่าเด็กในเขตอุตสาหกรรมมีค่าสารตะกั่วในเลือดเกิน 10 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร นอกจากนี้ รร.ที่อยู่ในเขตระยะ 50 เมตรกับโรงงาน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ พบเด็ก70 คนมีสารตะกั่วสูงเกินกำหนดจากทั้ง 130 คน

นายชัยสิทธิ์ บุญกัน นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในการประชุมวันที่ 29 ต.ค.นี้ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจะพิจารณากำหนดให้สีตกแต่งและสีทาอาคารเป็นสินค้าควบคุมฉลาก เพื่อบังคับให้ภาชนะบรรจุสีแสดงข้อมูลปริมาณสารตะกั่วและคำแนะนำเรื่องอันตรายทางสุขภาพจากสารตะกั่ว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค

Untitlu

Wed, 2014-10-22 กระทรวงสาธารณสุขจับมือกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมผลักดันมาตรฐานคุมสารตะกั่วในสีทาอาคาร ลดปัญหาพิษตะกั่วที่ต…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, October 27, 2014

สารตะกั่วในเด็ก

 


 

ประชุมเชิงปฎิบัติการเรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคพิษตะกั่ว เขต อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

10698516_754871327894410_6292988511718740607_n

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2557

ทีมงานศูนย์วิจัยฯ และ ดร.นพ.วินัย วนานุกูล ภาควิชาอายุรศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
เข้าร่วมประชุมเชิงปฎิบัติการเรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคพิษตะกั่ว
เขต อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2557
ณ ห้องประชุมละมูลลือสุขประเสริฐ รพ.สมุทรสาคร

Untitlu

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2557ทีมงานศูนย์วิจัยฯ และ ดร.นพ.วินัย วนานุกูล ภาควิชาอายุรศาสตร์ รพ.รามาธิบดีเข้าร่วมประชุมเชิงปฎ…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Thursday, October 2, 2014

Atrans symposium

10535776_738983616149848_1546387744847526327_o

22 สิงหาคม 2557

ทีมศูนย์วิจัยฯรพ.รามาฯ เข้าร่วมประชุมในงาน Atrans symposium
ณ. รร.อิมพีเรียล ห้องควีนส์ปาร์ค 1

Untitlu

ทีมศูนย์วิจัยฯรพ.รามาฯเข้าร่วมประชุมในงาน Atrans symposium ณ. รร.อิมพีเรียล ห้องควีนส์ปาร์ค 1เมื่อวันที่ 22.08.57

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Sunday, August 24, 2014

 

 

ประชุมเด็กติดเกม คุกกี้รัน

10475973_715943491787194_5817441754577021398_o

ประชุมเด็กติดเกม คุกกี้รัน

7 ก.ค. 2557 เวลา 13.00 น.
ทีมงานศูนย์วิจัยฯ และคณะทำงานจัดการข้อมูลประเด็นสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
กรณีเด็กไทยกับไอที
ร่วมกับ สนง.คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
จัดประชุม เพื่อนำเสนอกฎหมาย เกี่ยวกับไอทีและเกม
พร้อมประเด็นเกี่ยวกับเกมคุกกี้รัน
ณ กระทรวงวัฒนธรรม

อ่านเพิ่มเติม

ปัญหามลภาวะต่อชุมชน

1425458_684489944932549_1831012805641770528_o

 

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 
ทีมงานศูนย์วิจัยฯและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
จัดงานประชุมวิชาการ การแพทย์แบบบูรณาการ
ในหัวข้อ มลภาวะต่อชุมชน

ซึ่งมีชุมชนใกล้บ่อขยะแพรกษา และชุมชนอื่นๆที่มีปัญหาเกี่ยวกับ
มลภาวะ เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

Untitlu

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 57 เวลา 12.00 น.ทีมงานศูนย์วิจัยฯและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจัดงานประชุมวิชาการ การแพทย์แบบบ…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Thursday, May 1, 2014

การบาดเจ็บสมองของนักมวยเด็ก

10293731_684496781598532_6503198771358514086_o

1 พ.ค. 2557

ข้อมูลจริงในสังคมไทยที่ทุกคนต้องยอมรับ..

* เด็กไทยชกมวยตั้งแต่ 5-6 ขวบ ชกทั้งเวทีท้องถิ่น และเวทีจริงของมวยอาชีพ โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย

* ชกเหมือนมวยอาชีพของผู้ใหญ่ ไม่เหมือนมวยแข่งขันกีฬาของสถาบันการศึกษา

* ชกโดยไม่มีการป้องกัน ชกโดยมีค่าตัว ชกโดยมีการพนัน ไม่ได้ชกเพื่อความแข็งแรง ไม่ได้ชกเพื่อกีฬา แต่ชกคล้ายอาชีพ เพื่อให้มีคนมาดู และค่าตัวที่สูงขึ้น

“การบาดเจ็บสมองของนักมวยเด็ก”

รายงานผลการวิจัยการบาดเจ็บสมองของนักมวยเด็กจากการตรวจโดยเครื่อง MRI โดยใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า functional MRI โดย รศ พญ จิราภรณ์ เหล่าธรรมทัศน์ และ อ ดร นพ วิทยา สังข์รัตน์

รับฟังความเห็นทุกท่านเพื่อ หาข้อเสนอที่เหมาะสมสำหรับสังคมไทย ในการป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี…..โดยรศ นพ อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์

ให้ชกต่อไปอย่างที่เป็นอยู่ แต่ต้องตรวจสุขภาพเป็นระยะ????

ให้ชกต่อไปแต่ต้องใส่ head guard?? ให้ชกต่อไปแต่ไม่ให้ชกหัว??

ให้ชกต่อ แต่ต้องเปลี่ยนกฎ กติกาให้เป็น “กีฬา”เท่านั้น ???

10258391_684498031598407_8779540251042225142_o

(1 พค 2557) ที่ งานประชุมวิชาการรามาธิบดี เริ่มเวลา 14.00 โรงพยาบาลรามาธิบดี (พื้นที่เดิม) ตึก อาคารเรียนและปฏิบัตืการด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาล ชั้น 9 ห้อง 910 ABC

Untitlu

 

ข้อมูลจริงในสังคมไทยที่ทุกคนต้องยอมรับ..* เด็กไทยชกมวยตั้งแต่ 5-6 ขวบ ชกทั้งเวทีท้องถิ่น และเวทีจริงของมวยอาชีพ โดยได้…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Wednesday, April 30, 2014