งานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (17 พ.ย. 2557 )

10284797_777382468976629_8406204116358524189_o

17 พ.ย. 2557

สคอ. ร่วมการประชุมเสวนาทางวิชาการในการจัดงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (World Day of Remembrance for Road Traffic Victims) ประจำปี 2557 หัวข้อ“ความเร็วคร่าชีวิต..จะยกระดับความปลอดภัยทางถนน..ลดวิกฤตความสูญเสียอย่างไร”ภาคีเครือข่ายจัดบูธนิทรรศการ ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด
ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สสส. อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซอยงามดูพลี เขตสาทร กรุงเทพฯ

1553350_777382108976665_1874207915306901824_o

(17 พ.ย. 57) สคอ. ร่วมการประชุมเสวนาทางวิชาการในการจัดงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (World Day of…

โพสต์โดย ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2014

สารตะกั่วในสี ป้องกันเด็กไทยปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว

10655378_767459659968910_9202895352579804923_o

22 ตุลาคม 2557

สารตะกั่วในสี ป้องกันเด็กไทยปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว

กระทรวงสาธารณสุขจับมือกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมผลักดันมาตรฐานคุมสารตะกั่วในสีทาอาคาร ลดปัญหาพิษตะกั่วที่ต้นเหตุ นักวิจัยเผยผลสำรวจ 129 โรงงานสี พบผู้ประกอบการยินดีทำตามกฎหมายหากรัฐชัดเจนทางนโยบายและตรวจสอบลงโทษผู้ฝ่าฝืน

22 ต.ค. 2557 กิจกรรมสัปดาห์ป้องกันภัยจากพิษตะกั่ว ปี 2557 (Lead Poisoning Prevention Week of Action, Thailand 2014) ในหัวข้อ ‘ปกป้อง IQ เด็กไทย จากภัยสารตะกั่ว’ จัดโดยความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิบูรณะนิเวศ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ศูนย์วิจัยเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และแผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ห้องจักรพันธุ์ อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมรณรงค์ตลอดสัปดาห์ใน 30 กว่าประเทศทั่วโลก นำโดย “เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการเพิกถอนสารตะกั่วในสีทาอาคาร” (GAELP) ก่อตั้งโดยองค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
ดันทั่วโลกเลิกใช้สารตะกั่วผลิตสี ภายใน 6 ปี ข้างหน้า

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีเด็กป่วยด้วยโรคปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่ว กว่า 6 แสนคนทุกปีจากทั่วโลก และเด็กไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงจากภัยของพิษตะกั่วเช่นกัน ซึ่งแหล่งกำเนิดที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือ สารตะกั่วที่ผสมอยู่ในสีทาบ้านหรือสีตกแต่งอาคาร ซึ่งเด็กมักได้รับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายจากการกินแผ่นสีที่ลอกออกมา หรือฝุ่นสีที่หลุดร่อนจากผนังต่างๆ และไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ร่างกายของเด็กเล็กแตกต่างจากผู้ใหญ่คือ เด็กเล็กสามารถย่อยและดูดซึมสารตะกั่วได้ดีกว่าผู้ใหญ่ และเด็กยังเป็นวัยที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากสารตะกั่วจะเข้าไปทำลายเซลล์สมองของเด็กที่กำลังพัฒนา ซึ่งจะทำให้เด็กมีอาการผิดปกติทางสมองได้ แม้ได้รับสารตะกั่วในปริมาณเพียงเล็กน้อย

ดร.ลีวีอู เวดราสโก ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่าพิษตะกั่วเป็นต้นเหตุของปัญหาทางสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งโรคโลหิตจาง โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคของระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งพัฒนาการทางสติปัญญาบกพร่อง และความผิดปกติเชิงพฤติกรรม เช่น โรคสมาธิสั้น ทั้งที่พิษตะกั่วเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ด้วยเหตุนี้ องค์กรอนามัยโลกจึงต้องการให้ประเทศสมาชิกทุกแห่งยกเลิกการใช้สารตะกั่วในการผลิตสี

นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ตระหนักถึงอันตรายของสาระกั่วเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ให้สีเคลือบเงามีปริมาณสารตะกั่วได้ไหม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) จากเดิม 600 พีพีเอ็ม และขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงเป็นมาตรฐานบังคับด้านความปลอดภัยเรื่องโลหะหนักเป็นพิษ ซึ่งกำหนดให้มีสารตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม ไม่เกิน 100 พีพีเอ็ม ซึงเป็นไปตามพันธกิจของรัฐบาลไทยที่ได้ร่วมลงมติก่อตั้งเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิกถอนสารตะกั่วจากสี (GAELP) ในการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการสารเคมีอย่างปลอดภัย ครั้งที่ 2

1978449_767458543302355_4050315355987071948_o

“ผมยินดีอย่างยิ่งที่ทราบว่าองค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ได้ร่วมผลักดันและกำหนดเป้าหมายให้ยกเลิกการใช้สารตะกั่วในสีในทุกประเทศทั่วโลกภายใน พ.ศ. 2563 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

สารตะกั่วมักถูกใช้เป็นวัตถุดิบในสีน้ำมันทาอาคารและสีน้ำมันตกแต่ง โดยมักอยู่ในรูปของผงสีโทนสด เช่น สีเหลือง สีแดง สีเขียว ในบางกรณี สารตะกั่วยังถูกนำมาเป็นส่วนผสมของสารเร่งแห้งและสารเร่งปฏิกิริยาทางเคมี แต่เนื่องจากสารตะกั่วในสีเป็นต้นเหตุของโรคพิษตะกั่วในเด็กจำนวนมาก ปัจจุบัน รัฐบาลกว่า 40 ประเทศทั่วโลกมีกฎหมายเลิกใช้สารตะกั่วในสี และล่าสุด เมื่อธันวาคม 2556 ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ออกกฎหมายห้ามผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์สี บรรจุภัณฑ์อาหาร ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีสารตะกั่วเจือปน ภายในปี 2559
นักวิจัยเผยผลสำรวจ ชี้โรงงานสียินดีทำตามกฎหมายหากรัฐมีนโยบายชัด

นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานควบคุมปริมาณสารตะกั่วในสีน้ำมันทาอาคารตั้งแต่ปี 2538 อันเป็นปีเดียวกันที่ประเทศไทยออกกฎหมายเพิกถอนสารตะกั่วจากน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เนื่องจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์สีเป็นเพียงมาตรฐานสมัครใจ จึงทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตาม เกือบ 30 ปีต่อมา ผลการสำรวจสีน้ำมันทาอาคาร 120 ตัวอย่างโดยมูลนิธิบูรณะนิเวศเมื่อปี 2556 พบสีน้ำมันทาอาคารร้อยละ 79 มีสารตะกั่วปนเปื้อนสูงกว่ามาตรฐาน มอก. แบบสมัครใจ ซึ่งกำหนดให้มีสารตะกั่วเจือปนได้ไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม)

นอกจากนี้ พบผลิตภัณฑ์สีจำนวนมากที่แสดงฉลาก ‘ไร้สารตะกั่ว’ แต่ตรวจพบสารตะกั่วเจือปนสูง ตั้งแต่ 230 พีพีเอ็ม ถึง 56,000 พีพีเอ็ม

ดร.ปนันดา จันทร์สุกรี รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการสีขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 129 ราย พบว่าร้อยละ 95 ยินดียกเลิกใช้สารตะกั่วเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สีหากรัฐประกาศมาตรฐานบังคับ และผู้ประกอบการเล็งเห็นประโยชน์ของมาตรฐานบังคับว่าจะช่วยป้องกันผลกระทบทางสุขภาพต่อพนักงานและลูกค้า อีกทั้งจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสีเรียกร้องให้รัฐออกมาตรการที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากมาตรฐานสมัครใจไร้สภาพบังคับ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด มีบทลงโทษผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจากประเทศเพื่อนบ้าน
สธ.ร่วม อก.ดันกฎหมายคุมปริมาณสารตะกั่วในสี ลดปัญหาที่ต้นเหตุ

“ผมขอยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนามาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถปรับเปลี่ยนสู่การผลิตสียุคใหม่ที่ปลอดสารตะกั่ว” นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญและดำเนินการยกร่างมาตรฐานบังคับ เพื่อควบคุมปริมาณสารตะกั่วในผลิตภัณฑ์สีน้ำมันทาอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางขององค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ

“ผมหวังว่าการจัดกิจกรรมสัปดาห์ป้องกันภัยจากพิษตะกั่วในครั้งนี้ จะส่งผลให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนัก เข้าใจถึงอันตราย และร่วมมือดำเนินการผลักดันนโยบายควบคุมการใช้ตะกั่วในสีทาอาคารให้เป็นมาตรฐานบังคับในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นการควบคุมตะกั่วที่ต้นกำเนิด อันจะเป็นการป้องกันเด็กให้ห่างไกลพิษสารตะกั่ว มีต้นทุนสมองและต้นทุนสุขภาพที่ดีเป็นอนาคตของชาติต่อไป” นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว

10379858_767459989968877_5996310463280365297_o

นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เปิดเผยว่าที่ผ่านมามีการสำรวจศูนย์เด็กเล็ก 17 แห่งในกทม.ปรากฏว่าผนังของศูนย์เด็กเล็ก 9 ศูนย์จาก 17 ศูนย์มีสารตะกั่วเกินมาตรฐานเหตุผลที่ศูนย์ เลือกใช้สีน้ำมันเพราะเมื่อเวลาเด็กเขียนผนังสามารถลบออกง่าย อย่างไรก็ตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสีของศูนย์เด็กเล็กที่ใช้งบประมาณหลักแสนต่อหนึ่งแห่ง และพบว่าเด็กในเขตอุตสาหกรรมมีค่าสารตะกั่วในเลือดเกิน 10 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร นอกจากนี้ รร.ที่อยู่ในเขตระยะ 50 เมตรกับโรงงาน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ พบเด็ก70 คนมีสารตะกั่วสูงเกินกำหนดจากทั้ง 130 คน

นายชัยสิทธิ์ บุญกัน นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในการประชุมวันที่ 29 ต.ค.นี้ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจะพิจารณากำหนดให้สีตกแต่งและสีทาอาคารเป็นสินค้าควบคุมฉลาก เพื่อบังคับให้ภาชนะบรรจุสีแสดงข้อมูลปริมาณสารตะกั่วและคำแนะนำเรื่องอันตรายทางสุขภาพจากสารตะกั่ว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค

Untitlu

Wed, 2014-10-22 กระทรวงสาธารณสุขจับมือกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมผลักดันมาตรฐานคุมสารตะกั่วในสีทาอาคาร ลดปัญหาพิษตะกั่วที่ต…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, October 27, 2014

สารตะกั่วในเด็ก

 


 

ผลวิจัยชี้สีทาบ้านถึง 79% มีสารตะกั่วสูงเกินมาตรฐาน

ผลวิจัยชี้สีทาบ้านถึง 79% มีสารตะกั่วสูงเกินมาตรฐาน

(21 ต.ค.) ที่ห้องประชุมอาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.วลัยพร มุขสุวรรณ รองผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ แถลงผลการศึกษา “สารตะกั่วในสีทาอาคาร” ว่า มูลนิธิบูรณะนิเวศได้ดำเนินการทดสอบสารตะกั่วในสีน้ำมันทาอาคาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือเพื่อเพิกถอนสารตะกั่วจากสีในเอเชีย โดยทำการสุ่มตัวอย่างสีน้ำมันทาอาคารที่วางจำหน่ายในท้องตลาดของประเทศไทย จำนวน 120 ตัวอย่าง 68 ยี่ห้อ ผลการตรวจสอบพบว่า ร้อยละ 79 มีปริมาณสารตะกั่วสูงเกินกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ฉบับล่าสุด ซึ่งกำหนดสีมีสารตะกั่วไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (ppm) และร้อยละ 40 มีปริมาณสารตะกั่วเกิน มอก.กำหนดถึง 100 เท่า คือมีมากกว่า 10,000 ppm ทั้งนี้ ปริมาณสารตะกั่วสูงสุดที่พบคือ 95,000 ppm ส่วนปริมาณที่น้อยที่สุดคือน้อยกว่า 9 ppm

“ ผลจากการตรวจวิเคราะห์พบว่า 8 ใน 29 ตัวอย่างของสีที่ติดฉลากว่า ไม่ผสมสารตะกั่ว มีปริมาณตะกั่วสูงเกิน 10,000 ppm และจากตัวอย่างที่นำมาศึกษาพบ ว่ามีเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ผลิตสี คือ 15 บริษัท จากทั้งหมด 42 บริษัท ที่ผลิตตาม มอก.ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวเป็นไปแบบสมัครใจ คือ ไม่มีผลบังคับและลงโทษทางกฎหมาย ซึ่งปี 2553 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ปรับมาตรฐานสมัครใจเรื่องปริมาณสารตะกั่วในสีน้ำมันให้เข้มงวดขึ้นจาก 600 ppm เหลือเพียง 100 ppm ดังนั้น หากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ติดสัญลักษณ์ มอก.การผลิตสีน้ำมันที่มีสารตะกั่วเกินมาตรฐาน จึงยังไม่ถือว่าผิดกฎหมาย” น.ส.วลัยพร กล่าว

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี แถลงผลการศึกษา “สารตะกั่วในเลือดของเด็กไทย” ว่า สารตะกั่วเป็นอันตรายอย่างแน่นอน เพราะมีผลกระทบทั้งแบบเฉียบพลัน คือ สมองบวม ซีด ถึงขั้นหยุดหายใจและตายได้ และแบบเรื้อรัง เช่น ปวดท้อง ปัญหาพฤติกรรม ทำลายสมอง ไตอักเสบ ที่สำคัญจากการศึกษาของ Canfield และคณะพบว่า สารตะกั่วทำให้สติปัญญาของเด็กลดลงด้วย โดนสารตะกั่วที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร (มคก./ดล.) จะทำให้ไอคิวลดลง 4.6 จุด โดยเฉพาะเด็กที่มีความเสี่ยงได้รับสารตะกั่วเข้าร่างกายได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 5 เท่า ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยฯ ได้ทำการสำรวจระดับสารตะกั่วในเลือดของเด็กที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดเขตอุตสาหกรรม 4 จังหวัด ได้แก่ ระยอง สมุทรปราการ สมุทราสาคร และฉะเชิงเทรา จำนวน 1,526 คน พบว่า มีเด็กจำนวน 197 คน หรือร้อยละ 12.9 มีระดับสารตะกั่วในเลือดสูงกว่า 10 มคล./ดล. ซึ่งเป็นค่าที่เกือบทุกประเทศกำหนดให้เป็นค่าความปลอดภัย

รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ศูนย์ฯได้สำรวจบ้านเด็กเหล่านี้จำนวน 49 ราย พบว่า ร้อยละ 92 หรือ 45 ราย มีการใช้สีน้ำมันทาบางตำแหน่งภายในบ้าน และพบว่าสีน้ำมันเหล่านั้นร้อยละ 55.6 หรือ 25 ราย มีสารตะกั่วสูงเกินกว่า 100 ppm ส่วนการสำรวจฝุ่นผงภายในบ้านพบว่า ร้อยละ 22.4 หรือ 11 ราย มีสารตะกั่วในฝุ่นผงภายในบ้านสูงกว่า 400 ppm

“ในต่างประเทศมีการควบคุมระดับสารตะกั่วในสีแล้ว ดังนั้น สีที่จะนำมาทาภายในบ้าน ของเด็กเล่น เฟอร์นิเจอร์ จะต้องมีการควบคุม นอกจากกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องออกกฎหมายแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องแสดงฉลากให้ชัดเจน โดยเฉพาะสีน้ำมันที่ผู้ประกอบการกล่าวอ้างว่า ไม่ใช่สีทาภายในบ้านแต่ประชาชนนำไปทาเองนั้นต้องมีฉลากชัดเจนว่ามีสารตะกั่วเท่าไร และต้องระบุด้วยว่าห้ามใช้ทาอาคารภายในที่อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเล่นของเด็ก หรืออาจะระบุว่ามีสารตะกั่วสูงทำให้เด็กโง่ เป็นต้น หากมีการควบคุมจะสามารถช่วยลดระดับสารตะกั่วในเลือดของเด็กได้ ซึ่งในสหรัฐฯเห็นได้ชัดเจนว่า 20 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีการควบคุม ระดับสารตะกั่วมีการลดลงต่อเนื่องทุกปี” รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว

856832_594536487261229_1044750998_o

นางเบญจมาพร เอกฉัตร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารมาตรฐาน 3 (เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค) กล่าวในเวทีสัมมนาเรื่อง “สีปลอดสารตะกั่ว นโยบายที่เป็นจริงได้” ว่า สีปลอดสารตะกั่วสามารถเป็นจริงได้ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมมือกัน ซึ่งทาง สมอ.เองที่ผ่านมาได้กำหนดมาตรฐานสีแต่เป็นลักษณะแบบสมัครใจ คือ ถ้ามีความประสงค์ก็มาขอรับมาตรฐาน เมื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วหากผ่านมาตรฐานก็จะให้เครื่องหมายรับรอง แต่หากภายหลังตรวจสอบพบว่า ผลิตแล้วไม่ได้มาตรฐานจะมีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรืออาจเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม สมอ.ถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายถึงเรื่องมาตรฐานสารตะกั่วในสีว่าเหตุใดจึงไม่มีการบังคับเสียที ล่าสุด ได้เสนอบอร์ด สมอ.ให้บังคับมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งหมดคือโลหะหนัก ของสีน้ำมันทั้ง 3 ตัว คือ แบบด้าน กึ่งเงา และเงา ซึ่งขณะนี้ยกร่างเสร็จแล้ว เหลือเพียงส่งให้กฤษฎีกาตีความ และประกาศใช้ต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งการบังคับนี้จะรวมไปถึงการนำเข้าด้วย เพราะเท่าที่ทราบคือผลตรวจสารตะกั่วที่พบว่าเกินเป็น 10,000 ppm นั้น เป็นสีนำเข้าจากประเทศที่ระบุว่ามีการเลิกใช้สารตะกั่วแล้ว นอกจากนี้ อาจจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการทาสีใหม่ในอาคารที่มีอายุ 5-10 ปีด้วย ทั้งนี้ สีปลอดสารตะกั่วอาจไม่ได้หมายความว่าไม่มีตะกั่วเลย แต่จะต้องมีสารตะกั่วที่ไม่เกินค่ามาตรฐานกำหนด

Untitlu

 

(21 ต.ค.) ที่ห้องประชุมอาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.วลัยพร มุขสุวรรณ รองผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ แถลงผล…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, October 21, 2013