ภัยสิ่งของเครื่องใช้และสภาพแวดล้อมรอบตัว­เด็ก

ภัยสิ่งของเครื่องใช้และสภาพแวดล้อมรอบตัว­เด็ก
โดย รศ.นพ.อดิศักดิ์ผลิตผลการพิมพ์
ผอ.ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยใ­นเด็ก
เทปออกอากาศ 11 มีนาคม 2558
ทางรามาชาแนล

อันตราย เป้สะพายเด็ก

อันตราย เป้สะพายเด็ก
โดย รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์

เทปออกอากาศ 11 มีนาคม 2558
ทางรามาชาแนล

รถหัดเดิน…เมื่อไหร่จะเลิกใช้ ?

รถหัดเดิน…เมื่อไหร่จะเลิกใช้ ?

เทปออกอากาศเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2558
ในรายการภูมิคุ้มกันทางThaiPBS Radio

(9 ม.ค.2558) ภัยจากของเล่น ความสนุกสุดอันตราย

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
ผอ.ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยใ­นเด็ก รพ.รามาธิบดี
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ภัยจากของเล่น ความสนุกสุดอันตราย

เทปออกกาศ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ม ค 2558
ทางช่อง5 เวลา ในรายการ 5 เช้าข่าวใหญ่

10 ตุลาคม 2557 สกู๊ปข่าวทีวีช่อง 3 สัมภาษณ์เรื่องของเล่น-ของใช้อันตราย

10702145_760766537304889_4506533828795665341_n

สคบ.และสกู๊ปข่าวทีวีช่อง 3
สัมภาษณ์คุณหมออดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
หัวหน้าศูนย์วิจัยฯ เรื่อง….ของเล่น-ของใช้....อันตราย

อ่านเพิ่มเติม

19 สิงหาคม 2557 รายการทีวีช่อง13 สยามไทอัพเดท เรื่อง..ภัยของเล่นเด็กและสิ่งแวดล้อมความไม่ปลอดภัยที่มีต่อเด็ก

10580958_736523936395816_5205254900884703340_o

รายการทีวีช่อง13 สยามไทอัพเดท
ขอสัมภาษณ์คุณหมออดิศักดิ์ เรื่อง..ภัยของเล่นเด็ก
และสิ่งแวดล้อมความไม่ปลอดภัยที่มีต่อเด็ก

Untitlu

เมื่อวันที่ 19.08.2557 เวลา 09.30 น.รายการทีวีช่อง13 สยามไทอัพเดท ขอสัมภาษณ์คุณหมออดิศักดิ์ เรื่อง..ภัยของเล่นเด็กแล…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, August 18, 2014

 

 

 

05 สิงหาคม 2557 รายการสะพานสายรุ้ง Ture 71 ในโครงการสื่อสร้างสังคมอุดมสุข มูลนิธิเด็ก พูดคุยเกี่ยวกับ เรื่องอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในเด็ก และอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นกับเด็ก

10560312_729130867135123_444220897887720736_o

รายการสะพานสายรุ้ง Ture 71
ในโครงการสื่อสร้างสังคมอุดมสุข มูลนิธิเด็ก

คุณหมออดิศักดิ์และคุณพิภพ ธงไชย
พูดคุยเกี่ยวกับ เรื่องอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในเด็ก.
และอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นกับเด็ก

Untitlu

รายการสะพานสายรุ้ง Ture 71 ในโครงการสื่อสร้างสังคมอุดมสุข มูลนิธิเด็ก คุณหมออดิศักดิ์และคุณพิภพ ธงไชยพูดคุยเกี่ยวกับ…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Tuesday, August 5, 2014

 

 

“รู้ ป้องกัน เฝ้าระวัง” สินค้าไม่ปลอดภัยกับ สคบ.

10156111_774132365968306_1118658475245454046_n

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “รู้ ป้องกัน เฝ้าระวัง” สินค้าที่ไม่ปลอดภัยกับ สคบ. จัดโดย ศูนย์เฝ้าระวังและพิสูจน์สินค้าที่ไม่ปลอดภัย ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์แจ้งวัฒนะ โดยดร.บัณฑิต ตั้งประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “ความร่วมมือกับอาเซียนด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้าที่ไม่ปลอดภัย” พร้อมด้วยนางสาวทรงศิริ จุมพล ผอ.การกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลากและ ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังและพิสูจน์สินค้าที่ไม่ปลอดภัย และนางสาวกุญชรี ธนารักษ์ ผอ.ฝ่ายประสานงานกับต่างประเทศ ร่วมบรรยายด้วย

Untitlu

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติกา…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Sunday, November 9, 2014

 

 

รู้เท่าทัน สินค้าอันตราย

10582973_723898024325074_169901460559864092_o

กิจกรรมโครงการ “รู้เท่าทัน สินค้าอันตราย”
ดำเนินการโดย
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี
ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
ณ โรงเรียนวัดพระยายัง เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2557 เวลา 09.00 – 12.00 น.

กิจกรรมโครงการ “รู้เท่าทัน สินค้าอันตราย”ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับศู…

โพสต์โดย ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี บน 24 กรกฎาคม 2014

 

 

ผลวิจัยชี้สีทาบ้านถึง 79% มีสารตะกั่วสูงเกินมาตรฐาน

ผลวิจัยชี้สีทาบ้านถึง 79% มีสารตะกั่วสูงเกินมาตรฐาน

(21 ต.ค.) ที่ห้องประชุมอาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.วลัยพร มุขสุวรรณ รองผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ แถลงผลการศึกษา “สารตะกั่วในสีทาอาคาร” ว่า มูลนิธิบูรณะนิเวศได้ดำเนินการทดสอบสารตะกั่วในสีน้ำมันทาอาคาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือเพื่อเพิกถอนสารตะกั่วจากสีในเอเชีย โดยทำการสุ่มตัวอย่างสีน้ำมันทาอาคารที่วางจำหน่ายในท้องตลาดของประเทศไทย จำนวน 120 ตัวอย่าง 68 ยี่ห้อ ผลการตรวจสอบพบว่า ร้อยละ 79 มีปริมาณสารตะกั่วสูงเกินกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ฉบับล่าสุด ซึ่งกำหนดสีมีสารตะกั่วไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน (ppm) และร้อยละ 40 มีปริมาณสารตะกั่วเกิน มอก.กำหนดถึง 100 เท่า คือมีมากกว่า 10,000 ppm ทั้งนี้ ปริมาณสารตะกั่วสูงสุดที่พบคือ 95,000 ppm ส่วนปริมาณที่น้อยที่สุดคือน้อยกว่า 9 ppm

“ ผลจากการตรวจวิเคราะห์พบว่า 8 ใน 29 ตัวอย่างของสีที่ติดฉลากว่า ไม่ผสมสารตะกั่ว มีปริมาณตะกั่วสูงเกิน 10,000 ppm และจากตัวอย่างที่นำมาศึกษาพบ ว่ามีเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ผลิตสี คือ 15 บริษัท จากทั้งหมด 42 บริษัท ที่ผลิตตาม มอก.ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวเป็นไปแบบสมัครใจ คือ ไม่มีผลบังคับและลงโทษทางกฎหมาย ซึ่งปี 2553 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ปรับมาตรฐานสมัครใจเรื่องปริมาณสารตะกั่วในสีน้ำมันให้เข้มงวดขึ้นจาก 600 ppm เหลือเพียง 100 ppm ดังนั้น หากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ติดสัญลักษณ์ มอก.การผลิตสีน้ำมันที่มีสารตะกั่วเกินมาตรฐาน จึงยังไม่ถือว่าผิดกฎหมาย” น.ส.วลัยพร กล่าว

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี แถลงผลการศึกษา “สารตะกั่วในเลือดของเด็กไทย” ว่า สารตะกั่วเป็นอันตรายอย่างแน่นอน เพราะมีผลกระทบทั้งแบบเฉียบพลัน คือ สมองบวม ซีด ถึงขั้นหยุดหายใจและตายได้ และแบบเรื้อรัง เช่น ปวดท้อง ปัญหาพฤติกรรม ทำลายสมอง ไตอักเสบ ที่สำคัญจากการศึกษาของ Canfield และคณะพบว่า สารตะกั่วทำให้สติปัญญาของเด็กลดลงด้วย โดนสารตะกั่วที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร (มคก./ดล.) จะทำให้ไอคิวลดลง 4.6 จุด โดยเฉพาะเด็กที่มีความเสี่ยงได้รับสารตะกั่วเข้าร่างกายได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 5 เท่า ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยฯ ได้ทำการสำรวจระดับสารตะกั่วในเลือดของเด็กที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดเขตอุตสาหกรรม 4 จังหวัด ได้แก่ ระยอง สมุทรปราการ สมุทราสาคร และฉะเชิงเทรา จำนวน 1,526 คน พบว่า มีเด็กจำนวน 197 คน หรือร้อยละ 12.9 มีระดับสารตะกั่วในเลือดสูงกว่า 10 มคล./ดล. ซึ่งเป็นค่าที่เกือบทุกประเทศกำหนดให้เป็นค่าความปลอดภัย

รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ศูนย์ฯได้สำรวจบ้านเด็กเหล่านี้จำนวน 49 ราย พบว่า ร้อยละ 92 หรือ 45 ราย มีการใช้สีน้ำมันทาบางตำแหน่งภายในบ้าน และพบว่าสีน้ำมันเหล่านั้นร้อยละ 55.6 หรือ 25 ราย มีสารตะกั่วสูงเกินกว่า 100 ppm ส่วนการสำรวจฝุ่นผงภายในบ้านพบว่า ร้อยละ 22.4 หรือ 11 ราย มีสารตะกั่วในฝุ่นผงภายในบ้านสูงกว่า 400 ppm

“ในต่างประเทศมีการควบคุมระดับสารตะกั่วในสีแล้ว ดังนั้น สีที่จะนำมาทาภายในบ้าน ของเด็กเล่น เฟอร์นิเจอร์ จะต้องมีการควบคุม นอกจากกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องออกกฎหมายแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องแสดงฉลากให้ชัดเจน โดยเฉพาะสีน้ำมันที่ผู้ประกอบการกล่าวอ้างว่า ไม่ใช่สีทาภายในบ้านแต่ประชาชนนำไปทาเองนั้นต้องมีฉลากชัดเจนว่ามีสารตะกั่วเท่าไร และต้องระบุด้วยว่าห้ามใช้ทาอาคารภายในที่อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเล่นของเด็ก หรืออาจะระบุว่ามีสารตะกั่วสูงทำให้เด็กโง่ เป็นต้น หากมีการควบคุมจะสามารถช่วยลดระดับสารตะกั่วในเลือดของเด็กได้ ซึ่งในสหรัฐฯเห็นได้ชัดเจนว่า 20 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีการควบคุม ระดับสารตะกั่วมีการลดลงต่อเนื่องทุกปี” รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว

856832_594536487261229_1044750998_o

นางเบญจมาพร เอกฉัตร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารมาตรฐาน 3 (เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค) กล่าวในเวทีสัมมนาเรื่อง “สีปลอดสารตะกั่ว นโยบายที่เป็นจริงได้” ว่า สีปลอดสารตะกั่วสามารถเป็นจริงได้ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมมือกัน ซึ่งทาง สมอ.เองที่ผ่านมาได้กำหนดมาตรฐานสีแต่เป็นลักษณะแบบสมัครใจ คือ ถ้ามีความประสงค์ก็มาขอรับมาตรฐาน เมื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วหากผ่านมาตรฐานก็จะให้เครื่องหมายรับรอง แต่หากภายหลังตรวจสอบพบว่า ผลิตแล้วไม่ได้มาตรฐานจะมีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรืออาจเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม สมอ.ถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายถึงเรื่องมาตรฐานสารตะกั่วในสีว่าเหตุใดจึงไม่มีการบังคับเสียที ล่าสุด ได้เสนอบอร์ด สมอ.ให้บังคับมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งหมดคือโลหะหนัก ของสีน้ำมันทั้ง 3 ตัว คือ แบบด้าน กึ่งเงา และเงา ซึ่งขณะนี้ยกร่างเสร็จแล้ว เหลือเพียงส่งให้กฤษฎีกาตีความ และประกาศใช้ต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งการบังคับนี้จะรวมไปถึงการนำเข้าด้วย เพราะเท่าที่ทราบคือผลตรวจสารตะกั่วที่พบว่าเกินเป็น 10,000 ppm นั้น เป็นสีนำเข้าจากประเทศที่ระบุว่ามีการเลิกใช้สารตะกั่วแล้ว นอกจากนี้ อาจจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการทาสีใหม่ในอาคารที่มีอายุ 5-10 ปีด้วย ทั้งนี้ สีปลอดสารตะกั่วอาจไม่ได้หมายความว่าไม่มีตะกั่วเลย แต่จะต้องมีสารตะกั่วที่ไม่เกินค่ามาตรฐานกำหนด

Untitlu

 

(21 ต.ค.) ที่ห้องประชุมอาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.วลัยพร มุขสุวรรณ รองผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ แถลงผล…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, October 21, 2013