เตือนช่วงสงกรานต์ เด็กเป็นกลุ่มเสียงเสียชีวิตมากถึงเท่าตัว ( 04 เม.ย.2560 )

แพทย์เตือนช่วงสงกรานต์ เด็กเป็นกลุ่มเสียงเสียชีวิตมากถึงเท่าตัว เฉลี่ย 14 คนต่อวัน พบจมน้ำอันดับหนึ่ง รองลงมา อุบัติเหตุ แนะเพิ่มความระมัดระวังเพิ่มขึ้น

วันนี้(4เม.ย.2560) รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า แต่ละปีมีเด็กวัย 1 ถึง 14 ปี เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรวมกว่า 2,500 คน สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 มาจากอุบัติเหตุจมน้ำ เฉลี่ยประมาณ 900 – 1,100 คน ต่อปี อันดับ 2 จากอุบัติเหตุจราจร เฉลี่ยประมาณ 700-1,000 คน ต่อปี /และจากสาเหตุอื่น เช่น ตกจากที่สูง, ของแข็งชนกระแทก, ความรุนแรง และจากไฟฟ้า รวมเฉลี่ยประมาณ 500 คน ต่อปี

อ่านเพิ่มเติม

“เตือนอันตรายเบาะเด็กในรถยนต์”

640_fcdiaak6b6796aj8kgj8h

พิธีกรข่าว : เห็นภาพใช่ไหมครับว่า มีคุณพ่อ- คุณแม่หลายท่าน ทำตามแบบกัน เอาเบาะลมไปไว้ในด้านหลัง เรื่องเป็นอย่างไรครับคุณหมอ

รศ.นพ. อดิศักดิ์ : เห็นภาพนี้ในเฟสบุ๊คมาระยะหนึ่งแล้วครับ มีคอมเมนท์ออกไปให้ประชาชนรับทราบ คือ หลักการแบบนี้ แม้แต่นั่งรถเบาะธรรมดา หรือว่าคาดเข็มขัดนิรภัย ของรถยนต์นี้ ก็ยังไม่ปลอดภัยเลยสำหรับเด็ก เด็กเสียชีวิตจากรถยนต์ส่วนบุคคล ร้อยละ 100-140 คนต่อปี ส่วนใหญ่ จะเห็นว่ารถยนต์มีโครงสร้างที่แข็งแรง เวลาเกิดชนแล้วและถ้าไม่ยึดเหนี่ยวผู้โดยสาร โครงสร้างรถยนต์ที่แข็งแรงก็ไม่สามารถปกป้องได้ ผู้โดยสารก็จะกระเด็นไปตามความเร็วของรถยนต์ที่วิ่งมา ก่อนที่จะชนเปลี่ยนความเร็วเป็น 0 เช่นวิ่งมาความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เด็กก็จะกระเด็นในความเร็วเท่ากัน อันตรายที่สำคัญ คือ การยึดเด็กให้อยู่กับที่แล้วใช้โครงสร้างที่แข็งแรงของรถยนต์ปกป้องไว้การยึดเด็กโดยการใช้ เข็มขัดนิรภัย นี้ จะต้องอายุมากกว่า 9 ปี ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านั้น เข็มขัดนิรภัย จะไม่เหมาะสมต่อเด็ก เพราะอย่างนั้นเด็กจึงใช้ Car Seat แทนที่นั่งนิรภัย เบาะที่ปูลงไปแล้วเด็กนอน ไม่มีความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น เป็นความสะดวกที่เป็นอันตราย ต้องระวังอย่างมากครับ

อ่านเพิ่มเติม

เชฟโรเลตจับมือโรงพยาบาลรามาธิบดีเปิดตัว “โครงการคุณหนูปลอดภัยในยานยนต์”(02 ก.พ.2559)

DSCF5547

เชฟโรเลตจับมือโรงพยาบาลรามาธิบดีเปิดตัว “โครงการคุณหนูปลอดภัยในยานยนต์”

(02 ก.พ.2559) เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดตัวโครงการ “คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์” (Child Occupant Safety Campaign) รณรงค์การใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถ

อ่านเพิ่มเติม

11 มี.ค.2558 > ช่องGMM25 เบาะนิรภัยและซันลูปติดคอเด็ก

11036377_835568896491319_6476858367313411675_o

11 มี.ค.2558 > ช่องGMM25 ขอสัมภาษณ์
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ เกี่ยวกับ
กรณีเบาะนิรภัยและซันลูปติดคอเด็ก

Untitlu album: ช่องGMM25 ขอสัมภาษณ์กรณีเบาะนิรภัยและซันลูป.

11 มี.ค.2558 > ช่องGMM25 ขอสัมภาษณ์รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ เกี่ยวกับกรณีเบาะนิรภัยและซันลูปติดคอเด็กจากข่าว >…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Wednesday, March 11, 2015

18 ธันวาคม 2557 ที่นั่งนิรภัย( car seat) สำหรับเด็ก ช่อง3

10863878_792201174161425_1329422453445036380_o

ทีมข่าวช่อง3 ขอสัมภาษณ์เรื่องที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 57

17 ธันวาคม 2557 ที่นั่งนิรภัย( car seat) สำหรับเด็ก ช่องPPTV HD

10863878_792201174161425_1329422453445036380_o

ทีมสกู๊ปข่าวจาก ppTV HD ช่อง 36
สัมภาษณ์คุณหมอ (รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยฯ รพ.รามาธิบดี)

หัวข้อ ที่นั่งนิรภัย( car seat) สำหรับเด็กลดการตาย-เพิ่มความปลอดภัยอย่างไร ?

Untitlu

ทีมสกู๊ปข่าวจาก ppTV HD ช่อง 36 สัมภาษณ์คุณหมอ (รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยฯ รพ.รามาธิบดี) หัวข้อ …

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Thursday, December 18, 2014

 

 

 

01 ธันวาคม 2557 ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์

1900227_783899154991627_6163103607233255465_o

แถลงข่าว

ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์!!
Thai –German Graduate School of Engineering (TGGS) และ ASEAN -NCAP ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

โดย รศ ดร จุฬาลักษณ์ ค้าไม้
รศ ดร สายประสิทธิ์ เกิดนิยม
และ รศ นพ อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์

“ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์!!”

อุบัติเหตุจราจรเป็นเหตุนำการตายลำดับสองของเด็กไทย เช่นเดียวกับประเทศในอาเซีย
จากการศึกษาการตายในเด็กโดยศูนย์วิจัยความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
พบว่าใน 12 ปีหลังนี้ เด็กไทยอายุน้อยกว่า 15 ปีตายจากอุบัติเหตุจราจรจำนวน 12941 คน
เฉลี่ยปีละ 1078 คน หรือวันละ3 คน โดยเป็นเด็กกลุ่มอายุ 10-14ปี 570 คน และเป็นเด็กปฐมวัย และวัย 5-9 ปี อย่างละ 250คนต่อปี

แม้พบว่าแนวโน้มการตายของเด็กจากอุบัติเหตุรถยนต์ลดลงจากปีละ 1100 คน
เหลือ 960 คนในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา แต่พบว่าการตายจากสาเหตุรถยนต์มีสัดส่วนสูงขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลวันหยุดยาว ในประเทศอาเซียนพบเช่นเดียวกันว่า

ในประเทศที่เศรษฐกิจดีขึ้นสัดส่วนการตายจากรถยนต์จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นตามการใช้งาน และถนนหนทางที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วพบว่ามาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ ระบบการดูแลความปลอดภัยเด็กในรถยนต์ของประเทศเรา
และประเทศในอาเซียนยังมีความไม่เท่าทันทางเทคโนโลยีความปลอดภัยอยู่มาก
เด็กในแถบบ้านเราไม่มีโอกาสที่ดีที่จะได้รับเทคโนโลยีความปลอดภัยเมื่อเทียบกับเด็กทางตะวันตก
อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง ASEAN NCAP (NEW CAR ASSSESMENT PROGRAM)
โปรแกรมการประเมินรถยนต์ใหม่ของประเทศในอาเซียน

ผลการศึกษาพบข้อเตือนใจประชาชน ผู้ปกครองชาวไทย ชาวอาเซียน ว่า
รถยนต์เหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน การดูแลความปลอดภัยเด็กต้องเลือกรถยนต์ด้วยความรู้ไม่ให้บริษัทผู้ค้าปิดบังข้อมูลสำคัญได้
ต้องเลือกรถยนต์ที่มีผลการประเมินความปลอดภัยเด็ก (COP: child occupant protection)
ระดับห้าดาว ต้องรู้เรื่องการใช้อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย และต้องมีรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์เหล่านั้นทั้งการใช้ระบบภาษี
หรือการสนับสนุนการผลิตการจัดจำหน่ายในราคาถูก
การแถลงข่าวเปิดเผยผล COP สำหรับการพิจารณาเลือกใช้รถยนต์แบบครอบครัว
และคำแนะนำการใช้อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ รวมทั้งข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปีใหม่ทุกปี 10 วันอันตรายจะมีเด็กตายเฉลี่ย 37 คน แล้วปีนี้เราจะลดการตายได้หรือไม่
จะมีการใช้ที่นั่งนิรภัยเพิ่มเติมหรือไม่ จะมีรถยนต์ที่ไม่ผ่าน COP เป็นเหตุให้เด็กตายอีกหรือไม่

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2557 เวลา 11.40-12.30 ห้อง Phoenix room1 ชั้น1 IMPACT Exhibition Center เมืองทองธานี

Untitlu

แถลงข่าว ไทยจับมืออาเซียน ร่วมเตือนภัยเด็ก จากอุบัติเหตุรถยนต์!! Thai –German Graduate School of Engineering (TGGS) แ…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Monday, December 1, 2014

 

 

16 พฤษภาคม 2557 ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวแตกประเด็นทางช่อง3 เกี่ยวกับเบาะนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์

10379892_691009494280594_7508115206230223243_o

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.57 เวลา 12.10 น.
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.ศูนย์วิจัยฯ
ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวแตกประเด็นทางช่อง3
เกี่ยวกับเบาะนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์

Untitlu

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.57 เวลา 12.10 น.รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.ศูนย์วิจัยฯ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวแตกประเด็นทางช่อง3เกี่ยวกับเบาะนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์………

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Thursday, May 15, 2014

> 10 เมษายน 2557 สงกรานต์นี้ใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็ก

1966336_674438842604326_9076537408490888068_o

สงกรานต์นี้ใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็ก

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.57 เวลา 13.30 น.

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
จัดแถลงข่าว
“เดินทางท่องเที่ยวสงกรานต์ปลอดภัย ด้วยที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก”

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ร่วมกับ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในแต่ละปีจะมีเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ประสบอุบัติเหตุจากการโดยสารรถยนต์ทุกประเภท (ไม่รวมรถจักรยานยนต์) กว่า 5500 รายต่อปีหรือ 15 คนต่อวัน เป็นการบาดเจ็บรุนแรงที่ต้องการการนอนพักรักษาตัวหรือสังเกตุอาการในโรงพยาบาลประมาณ 1400 คนต่อปี และเสียชีวิต รวมประมาณ 101 คนต่อปี

ในช่วง 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ จะมีเด็กบาดเจ็บจากอุบติเหตุทางถนนประมาณ 1100 ราย เป็นการบาดเจ็บรุนแรงที่เกิดจากการโดยสารรถยนต์ ทุกประเภท (ไม่รวมรถจักรยานยนต์) ประมาณ 132 ราย ในจำนวนนี้มีการเสียชีวิตจำนวน 14 ราย

เมื่อรถยนต์ มีการเบรกอย่างกะทันหัน หักเลี้ยวอย่างฉับพลัน หรือ ชนอย่างรุนแรง สิ่งที่เกิดขึ้นในทันทีก็คือ …ร่างของเด็กๆจะหลุดลอยจากที่นั่ง ไปอัดกับแผงคอนโซลหน้ารถ ปะทะกับกระจกหน้ารถ แล้วทะลุลอยละลิ่วออกนอกรถ หรือ ประตูรถเปิดออก แล้วเด็กกระเด็นออกไปนอกรถ ด้วยรูปร่างเล็กบอบบางของเด็กๆ จึงทำให้…กระโหลกศีรษะ กระดูกซี่โครง แขนขา แตกหัก ปอด หัวใจ รวมทั้งอวัยวะภายในช่องท้องต้องชอกช้ำ หรือ ฉีกขาดโดยเฉพาะศีรษะของเด็กๆ ที่กระแทกอย่างรุนแรง ทำให้มีเลือดออกในสมอง เป็นเหตุแห่งความพิการ หรือ เสียชีวิต…

กอดลูก..ให้นั่งตัก = รักลูกผิดทาง..เมื่อรถท่านมีถุงลมนิรภัย

ภาพที่เราเห็นตามท้องถนน ส่วนใหญ่ก็คือ ผู้ใหญ่อุ้มเด็กบนตัก แล้วนั่งด้านหน้าข้างคนขับ พ่อแม่คงอยากให้ลูกอยู่ใกล้ชิดเผื่อเกิดอุบัติเหตุลูกก็คงปลอดภัยในอ้อมกอดของพ่อแม่ แต่ความจริงก็คือ…แรงมหาศาลของการปะทะของจากการชน หรือแรงจากการเบรกกระทันหันนั้นมันเกินกำลังที่พ่อแม่จะยึดลูกอยู่ หนำซ้ำการนั่งห่างจากถุงลมนิรภัยใกล้กว่า 25 ซม เมื่อมันระเบิดออกมา แรงกระแทกจากถุงลมนิรภัยก็สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงต่อเด็กได้

ถุงลมนิรภัยจะระเบิดกางออกโดยปฏิกิริยาเคมีก่อให้เกิดก๊าซไนโตรเจน (30-100 ลิตรแล้วแต่รุ่น) อย่างรวดเร็วในเวลา 1/20 วินาที ผู้โดยสารจะได้รับความปลอดภัยเสริมจากถุงลมต่อเมื่อนั่งห่างถุงลมอย่างน้อย 25 ซม เท่านั้น หากนั่งใกล้กว่านี้ จะเกิดอันตรายจากการกระแทกของถุงลมเอง โดยเฉพาะในเด็กที่นั่งตักแม่ทำให้เด็กอยู่ห่างจากระยะระเบิดของถุงลมน้อยเกินไป มีรายงานการเสียชีวิตจากถุงลมในอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงกว่าสองร้อยราย ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นเด็กน้อยกว่าสิบสองปี และการบาดเจ็บของสมองเป็นสาเหตุหลัก

มีรายงานโดยศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐ (Center for Disease Control) ถึงการตายของเด็กอายุ 3 สัปดาห์ – 12 ปีที่เกิดจากถุงลมนิรภัย และการศึกษาที่ประเทศกรีกในเด็ก 129 รายอายุ 0-11 ปีที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์โดยนั่งด้านหน้าและไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัย พบว่าเด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บมากกว่ากลุ่มที่นั่งด้านหลังและไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัยเช่นกันถึง 5 เท่าตัว เบาะหลังจึงเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 13 ปี

สำหรับเด็กนั้นจะใช้เข็มขัดนิรภัยที่ติดมากับรถยนต์ได้เหมาะสมปลอดภัยก็ต่อเมื่อ …มีอายุ 9 ปีขึ้นไป หรือ มีน้ำหนัก

มากกว่า 30 กก หรือความสูงตั้งแต่ 140 ซ.ม. ขึ้นไป…เท่านั้น มิฉะนั้นเข็มขัดนิรภัย อาจกลายเป็นตัวการทำอันตรายต่อเด็กๆอย่างรุนแรง แต่ใน พรบ. จราจรของบ้านเรากำหนดไว้ในมาตรา 123 ว่า ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัย ไว้กับที่นั่งในขณะขับขี่ รถยนต์ และต้องจัดให้คนโดยสารรถยนต์ ซึ่งนั่งที่นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับ ที่นั่งผู้ขับขี่รถยนต์รัดร่างกายไว้กับที่นั่งด้วยเข็มขัดนิรภัย

หากเด็กอายุน้อยกว่า 9 ปี หรือ สูงน้อยกว่า 140 ซม. แทนที่เข็มขัดนิรภัยสายล่างจะพาดบนหน้าตัก และ แนบบริเวณเชิงกราน แต่กลับมารัดตรงท้องน้อย สายบนแทนที่จะพาดที่หน้าอก และ ไหล่ ก็กลับมารัดที่ลำคอของเด็ก ดังนั้น หากรถเบรกหรือชนอย่างกะทันหัน เข็มขัดจะทำอันตรายแก่ อวัยวะภายในช่องท้องและลำคอของเด็กได้

รักลูกอย่ากอด…ใช้ที่นั่งนิรภัย

1. หากลูกของเรามีอายุไม่เกิน 9 ปี “ที่นั่งหรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก” จะช่วยปกป้องความชีวิตของเด็กๆ National Highway Traffic Safety Administration ของสหรัฐได้ทำการศึกษาและพบว่า ที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กนี้จะลดความเสี่ยงต่อการตายในเด็กทารกถึงร้อยละ 69 และเด็ก1-4 ปี ร้อยละ 47 ขณะเดียวกันจะลดความเสี่ยงต่อการตายในเด็กอายุมากกว่า 5 ปีได้ร้อยละ 45 และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงร้อยละ 50

2. สำหรับทารกที่อายุน้อยกว่า 2 ปี ต้องใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับทารก และต้องจัดวางที่นั่งนิรภัย ที่เบาะหลัง โดยหันหน้าไปทางด้านหลังรถเท่านั้น เพื่อลดโอกาสความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกต้นคอหักจากการสะบัดของศีรษะเมื่อเกิดการชนหรือเบรครุนแรง

3. เด็กอายุ 2-3 ปี ให้พยายามใช้ที่นั่งนิรภัยที่เบาะหลัง โดยหันหน้าไปทางด้านหลังรถตราบเท่าที่ตัวเด็กไม่สูงเกินที่นั่งนิรภัย หรือน้ำหนักไม่เกินตามที่บริษัทกำหนดไว้ หากเด็กตัวโตเกินกว่าข้อกำหนดที่นั่งนิรภัยแล้ว ให้เปลี่ยนเป็นที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กเล็กซึ่งจะหันหน้าไปทางด้านหน้ารถตามปรกติ แต่ยังคงใช้ที่เบาะหลังเท่านั้น

4. เด็กอายุ 4-7 ปี ให้ใช้ที่นั่งสำหรับเด็กเล็กต่อไปจนตัวสูงหรือน้ำหนักเกินกว่าข้อกำหนดของที่นั่งนิรภัยที่ใช้ จึงเปลี้ยนมาเป็นที่นั่งเสริม (booster seat) ซึ่งจะราคาประหยัด ไม่มีเข็มขัดนิรภัยในตัว ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์เป็นอุปกรณ์ยึดเหนี่ยว เด็กวัยนี้ยังคงต้องนั่งเบาะหลังเท่านั้น

5. เด็กอายุ 8-12 ปี ควรใช้ที่นั่งเสริม (booster seat) จนกว่าสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยได้พอดี โดยทั่วไปควรจะต้องมีอายุมากกว่า 9 ปี ขึ้นไป

6. เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด เด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปีต้องนั่งเบาะหลังเท่านั้น

7. ในกรณีรถปิกอัพ ห้ามมิให้เมีผู้โดยสารในกะบะหลัง โดยเพาะอย่างยิ่งเด็กโดยเด็ดขาด ผู้โดยสารในกะบะหลังมีความเสี่ยงมากกว่าผู้นั่งในรถ 3 เท่าตัว เด็กที่นั่งในรถปิกอัพต้องใช้ที่นั่งนิรภัยเหมือนกัน แต่ให้ใช้กับที่นั่งตอนหน้าโดยหันหน้าตามปรกติและต้องไม่มีถุงลมข้างคนขับ (หรือมีแต่สามารถปิดการทำงานได้)

ผู้ร่วมแถลงข่าว

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ตำแหน่ง หน.ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

นางนัยนา ขนอนเวช ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ โรงเรียนอนุบาลทานตะวัน

ครอบครัวกรณีศึกษา ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กบนรถยนต์

ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยฯ อ.บำบัดน้ำเสีย ชั้น 3 รพ.รามาธิบดี

10258317_674439209270956_482506993791146856_o

Untitlu

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.57 เวลา 13.30 น.ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กจัดแถลงข่าว“เดินท…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Thursday, April 10, 2014

 

 

09 เมษายน 2557 ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว 365 POST NEWS

1973246_673890902659120_2490445874724027597_o
Untitlu 

วันที่ 9 เม.ย.57 เวลา 12.20 น.รศ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.ศูนย์วิจัยฯให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว 365 POST NEWS โดย Post…

Posted by ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี on Wednesday, April 9, 2014